พรีโม เปิด 7 เทรนด์บริหารอสังหาฯ Transformation Era จากผู้ดูแลอาคาร สู่ ผู้ออกแบบประสบการณ์ชีวิต “คอมมูนิตี้” ที่มีชีวิต และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายภายใต้กรอบ ESG
สุพินท์ มีชูชีพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI กล่าวว่า ทิศทางการบริหารอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนผ่านสู่การให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์การอยู่อาศัย” และ “คุณภาพชีวิต” ของลูกบ้านเป็นหัวใจหลัก
โดยผู้ให้บริการต้องเข้าใจความต้องการที่หลากหลายของผู้อยู่อาศัยในแต่ละกลุ่ม พร้อมพัฒนาโครงการให้เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่เป็น “คอมมูนิตี้” ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ควบคู่กับการดำเนินงานอย่างยั่งยืนตามแนวคิด ESG เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาวทั้งต่อผู้อยู่อาศัยและธุรกิจ
7 เทรนด์ พลิกเกมบริหารอสังหาฯ
ทิศทางดังกล่าวถูกถอดรหัสออกมาเป็น 7 เทรนด์สำคัญที่กำลังยกระดับมาตรฐานการบริหารโครงการในทุกมิติ
1. Resident Experience
เมื่อ “ความรู้สึก” สำคัญกว่า “โครงสร้าง” ผู้พักอาศัยยุคใหม่ไม่ได้วัดคุณค่าที่ดีไซน์หรือความหรูหราเพียงอย่างเดียวแต่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์จริง” ในทุกวันตั้งแต่ความรวดเร็วในการแจ้งซ่อมการตอบสนองแบบเรียลไทม์ไปจนถึงกิจกรรมในโครงการที่สร้างความรู้สึกมีส่วนร่วม
2. Smart Building
เมื่อข้อมูลกลายเป็นหัวใจการบริหารอาคารกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Data-Driven ที่ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลแบบเรียลไทม์ทั้งการจัดการพลังงานการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันและการคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้า
ทำให้งานบริหารมีประสิทธิภาพ แม่นยำ และลดต้นทุนในระยะยาว
3. ESG
จากแนวคิดสู่การปฏิบัติจริงความยั่งยืนไม่ใช่เพียง “ภาพลักษณ์” อีกต่อไปแต่ถูกแปลงเป็นการดำเนินงานในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นการประหยัดพลังงานการจัดการขยะหรือการวัดผลคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรมอาคารที่ทำได้ดี จะมีแต้มต่อทางการแข่งขันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
4. Personalized Service
บริการที่เข้าใจ “ความต่าง”จากอดีตที่ใช้โมเดลเดียวกับทุกคนสู่การออกแบบบริการเฉพาะบุคคลรองรับกลุ่มผู้อยู่อาศัยที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นสาย Work from Homeคนเลี้ยงสัตว์ผู้สูงอายุ หรือครอบครัวรุ่นใหม่นำไปสู่บริการใหม่ เช่น Concierge, Wellness หรือ Home Tech Support
5. Community & Lifestyle
เมื่อ “นิติ” กลายเป็นผู้สร้างสังคมบทบาทของผู้บริหารอาคารกำลังขยับจาก “ผู้ดูแล”ไปสู่ “ผู้สร้างคอมมูนิตี้”ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งด้านสุขภาพ การเรียนรู้ และความสัมพันธ์ของผู้อยู่อาศัยทำให้ “คุณค่าของที่อยู่อาศัย” ไม่ได้อยู่แค่พื้นที่แต่อยู่ที่ “ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง”
6. Seamless Living
เชื่อมออนไลน์สู่ออฟไลน์ลูกบ้านยุคดิจิทัลคาดหวังความสะดวกแบบไร้รอยต่อตั้งแต่การจองพื้นที่ จ่ายค่าส่วนกลาง รับพัสดุ ไปจนถึงแจ้งปัญหาโจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ “มีแอป”แต่ต้องออกแบบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับบริการจริงได้อย่างสมบูรณ์
7. Pet Service
การเติบโตของกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์กำลังผลักดันให้ “Pet-Friendly Residence” กลายเป็นมาตรฐานตั้งแต่พื้นที่เฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยงบริการดูแลครบวงจรไปจนถึงกิจกรรมสำหรับเจ้าของและสัตว์เลี้ยงสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างชัดเจนภาพรวมของทั้ง 7 เทรนด์สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จาก “การบริหารพื้นที่”สู่ “การออกแบบประสบการณ์ชีวิต”





