วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

ปลุก ‘เดอะมอลล์ รามคำแหง3’ คืนชีพ สู่จักรวาลวินเทจ ‘1981 Soul & Sold’

ปลุก ‘เดอะมอลล์ รามคำแหง3’ คืนชีพ สู่จักรวาลวินเทจ ‘1981 Soul & Sold’

ในยุคที่ศูนย์การค้าหลายแห่งต้องดิ้นรนหาจุดยืนใหม่ตึกของ เดอะมอลล์ กรุ๊ป สาขารามคำแหง 3 กำลังเลือกเส้นทางที่ต่างออกไปไม่ใช่การรีโนเวตเพื่อ “กลับมาเหมือนเดิม”แต่เป็นการ “ตีความอดีตใหม่” ให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจภายใต้ชื่อโปรเจกต์ “1981 Soul & Sold”ที่กำลังเปลี่ยนอาคารทั้งตึก
ให้กลายเป็นMarketplace + Culture Hub เต็มรูปแบบ

เมื่อ “ความทรงจำ” กลายเป็นสินค้า

ตัวเลข 1981 ไม่ได้เป็นแค่ปีเริ่มต้นของห้างแต่มันกำลังถูกแปลงเป็น ธีมที่เรียกว่า “Story Economy” ที่ผู้คนไม่ได้ซื้อสินค้าเพราะ “ประโยชน์”แต่ซื้อเพราะ “เรื่องเล่า” และ “ตัวตน”ภายในโครงการจะรวมทุกมิติของวินเทจและความคลาสสิกไว้ เช่น

  •  แฟชั่นย้อนยุค
  •  แผ่นเสียง สื่ออนาล็อก
  •  ของสะสมหายาก
  •  งานคราฟต์ และงานอัปไซเคิล
  •  ไปจนถึงศิลปะ ดนตรี และวัฒนธรรมร่วมสมัย

ปลุก ‘เดอะมอลล์ รามคำแหง3’ คืนชีพ สู่จักรวาลวินเทจ ‘1981 Soul & Sold’

Brutalism ความดิบที่กลายเป็นจุดขาย

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการออกแบบ ในสไตล์ Brutalism Architecture ที่เลือก “โชว์โครงสร้างคอนกรีต” แบบไม่ปกปิด เพื่อสะท้อนรากเดิมของอาคารแทนที่จะลบอดีตทิ้งโครงการนี้กลับ “ขยายมันให้ชัดขึ้น”และทำให้ความเก่ากลายเป็น “ความเท่” ที่จับต้องได้สิ่งที่น่าสนใจคือ 1981 Soul & Sold ไม่ได้ตั้งใจเป็นแค่ “ห้าง”แต่กำลังสร้าง “ระบบนิเวศ” (Ecosystem )ของ “คนรักของเก่า” ตั้งแต่

  •  นักสะสม
  •  ศิลปิน
  •  คนรักรถคลาสสิก
  •  ไปจนถึงนักเทรดของวินเทจ

โดยมี “ชีวา ลาภินตั้งสุทธิ” กูรูรถยนต์คลาสสิก เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของโปรเจกต์

ปลุก ‘เดอะมอลล์ รามคำแหง3’ คืนชีพ สู่จักรวาลวินเทจ ‘1981 Soul & Sold’

มากกว่าแค่ซื้อขาย แต่คือ “ประสบการณ์”

โครงการนี้ไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย “กิจกรรม” และ “คอมมูนิตี้” เช่น

  •  ตลาดเรโทร และงาน swap meet
  •  นิทรรศการและคอนเสิร์ต
  •  เวิร์กช็อป งานคราฟต์
  •  พื้นที่สตูดิโอ และคอนเทนต์ครีเอชัน

ทั้งหมดถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกันเหมือน “จักรวาลขนาดย่อม” ของคนครีเอทีฟ

ปลุก ‘เดอะมอลล์ รามคำแหง3’ คืนชีพ สู่จักรวาลวินเทจ ‘1981 Soul & Sold’

โมเดลธุรกิจใหม่ของรีเทลไทย?

สิ่งที่ 1981 Soul & Sold กำลังทำอาจไม่ใช่แค่การรีโนเวตอาคารเก่าแต่มันคือการทดลองว่า“รีเทล” ในยุคถัดไปอาจต้องเป็นมากกว่าแค่พื้นที่ขายของแต่ต้องเป็นพื้นที่ที่มี “เรื่องเล่า + ตัวตน + คอมมูนิตี้” อยู่ร่วมกัน ซึ่งปลายปี 2569 คำตอบจะชัดขึ้นปัจจุบันโครงการยังอยู่ระหว่างรีโนเวตและเปิดหาผู้เช่า พร้อมตั้งเป้ารวมร้านค้ากว่า 400 ร้านและเตรียมเปิดตัวช่วงปลายปี 2569

คำถามสำคัญคือ โมเดล “ขายอดีต” แบบนี้จะกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของวงการค้าปลีกไทยได้หรือไม่หรือจะเป็นเพียง “กระแสเฉพาะกลุ่ม”แต่ที่แน่ ๆเกมนี้…ไม่ได้ขายแค่ของเก่าแต่กำลังขาย “คุณค่าของกาลเวลา”