มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49 ยอดทะลุหมื่นล้าน สัญญาณซื้อจริงฝ่าพายุเศรษฐกิจทั้งจากผู้บริโภคชาวไทยและต่างชาติ
อารภัฏ โกมุทบุตร ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49 เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้สามารถ "ประคองตัวสู่ความสำเร็จ" ได้ตามเป้าหมาย โดยมียอดขายรวมภายในงานกว่า 10,000 ล้านบาท ถือเป็นสัญญาณบวกของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงต้นปี สะท้อนให้เห็นถึง "กำลังซื้อที่ยังมีอยู่จริง" ทั้งจากผู้บริโภคชาวไทยและต่างชาติ
"แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังมีแรงกดดัน แต่ดีมานด์ที่อยู่อาศัยจริง (Real Demand) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาด ประกอบกับมาตรการสนับสนุนด้านสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยจากภาครัฐและสถาบันการเงิน รวมถึงแคมเปญส่งเสริมการขายจากผู้ประกอบการที่เข้มข้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ล้วนช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ"
ฝ่าความไม่แน่นอน ยอดขายสะท้อน “กำลังซื้อยังอยู่”
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่การที่งานสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมาย สะท้อนว่า “กำลังซื้อไม่ได้หายไป” เพียงแต่มีความระมัดระวังมากขึ้น
แรงหนุนสำคัญมาจาก 3 ปัจจัยหลัก
- มาตรการสินเชื่อและทิศทางดอกเบี้ย
- แคมเปญการตลาดที่เข้มข้นจากผู้ประกอบการ
- และความต้องการที่อยู่อาศัยจริง (Real Demand)
ทั้งหมดนี้ช่วย “ปลดล็อกการตัดสินใจ” ของผู้บริโภคที่ชะลอการซื้อในช่วงก่อนหน้ากล่าวอีกนัยหนึ่ง ตลาดไม่ได้ฟื้นตัวแบบหวือหวา แต่กำลัง “ค่อยๆ ตั้งหลัก” ด้วยฐานดีมานด์ที่แข็งแรง
คอนโดนำเกม คนเมืองกลับสู่ศูนย์กลางหนึ่งในสัญญาณที่ชัดที่สุด คือโครงสร้างความต้องการที่เปลี่ยนไป
- คอนโดมิเนียม 60%
- บ้านเดี่ยว 30%
- ทาวน์เฮาส์ 10%
การกลับมาของคอนโดมิเนียม สะท้อนการฟื้นตัวของ “ชีวิตเมือง” โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานที่ให้ความสำคัญกับเวลาและการเดินทางขณะที่บ้านแนวราบยังคงรักษาฐานลูกค้ากลุ่มครอบครัวได้อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้เร่งตัวเหมือนช่วงโควิด-19ภาพรวมนี้สะท้อนการ “รีบาลานซ์” ของตลาด จากยุคบ้านชานเมือง กลับสู่ยุคเมืองและระบบขนส่งมวลชนอีกครั้ง
ราคา 3–5 ล้าน จุดสมดุลของชนชั้นกลาง
ในมิติของราคา กลุ่มที่ได้รับความสนใจสูงสุดคือช่วง 3–5 ล้านบาท ซึ่งถือเป็น “Sweet Spot” ของตลาดระดับราคานี้สอดรับกับกำลังซื้อของชนชั้นกลางในเมือง ที่ยังต้องบริหารความเสี่ยงจากภาระหนี้และดอกเบี้ย
กลุ่มผู้ซื้อหลักยังคงเป็นวัย 30–45 ปี ซึ่งอยู่ในช่วงสร้างครอบครัวและความมั่นคง ขณะที่กลุ่มอายุ 25–30 ปี หรือ First Jobber เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในฐานะ “ผู้ซื้อใหม่”การขยับของกลุ่มอายุน้อย สะท้อนว่าแนวคิดเรื่อง “การมีบ้าน” ยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญ แม้บริบททางเศรษฐกิจจะเปลี่ยนไป
ทำเลรถไฟฟ้ายังครองเกม เมืองขยายตามโครงสร้างพื้นฐาน
อีกหนึ่งปัจจัยที่ยังคงทรงอิทธิพลสูงสุด คือ “ทำเล”ความนิยมยังคงกระจุกตัวในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานหลัก เช่น สุขุมวิท, บางนา, ฝั่งธนบุรี, ลาดพร้าว, รามคำแหงสิ่งนี้สะท้อนทิศทาง Urban Expansion ที่ชัดเจนว่า เมืองไม่ได้ขยายแบบไร้ทิศทาง แต่ “เติบโตตามโครงข่ายคมนาคม”
สำหรับผู้บริโภค “เวลาเดินทาง” กลายเป็นต้นทุนสำคัญไม่แพ้ราคาบ้าน ทำให้ทำเลที่เชื่อมต่อได้ดี กลายเป็นปัจจัยตัดสินอันดับต้น
มหกรรมอสังหาฯ มากกว่าแค่งานขายบ้าน
นอกเหนือจากยอดขาย งานมหกรรมบ้านและคอนโดทำหน้าที่เป็น “เครื่องยนต์เศรษฐกิจ” ในหลายมิติ
- กระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ
- สร้างการจ้างงานในห่วงโซ่อสังหาฯ
- เชื่อมโยงธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง สินเชื่อ ไปจนถึงบริการตกแต่ง ความสำเร็จของงานจึงไม่ใช่เพียงตัวเลขรายได้ แต่คือ “ความเชื่อมั่น” ที่ถูกส่งต่อไปยังทั้งระบบเศรษฐกิจ
ตลาดกำลัง “ตั้งลำใหม่” บนฐานความจริง
เมื่อมองในภาพใหญ่ ความสำเร็จของ มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49 สะท้อนจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจากยุคที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุนและเก็งกำไร กำลังเข้าสู่ยุคที่ “Real Demand” เป็นตัวนำ ผู้ซื้อมีเหตุผลมากขึ้น,ผู้พัฒนาต้องแม่นยำมากขึ้นและตลาดต้องยืนอยู่บน “ความเป็นจริง” มากขึ้น
ในบริบทเช่นนี้ การเติบโตอาจไม่หวือหวาเหมือนอดีต แต่จะมีเสถียรภาพและยั่งยืนมากกว่าก้าวถัดไปของตลาดถูกจับตาไปที่ มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นปลายปี 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่การทำยอดขายให้เติบโต แต่คือการพิสูจน์ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยสามารถ “ยืนระยะ” ได้ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและหากแรงซื้อยังคงยืนได้ในระดับนี้ อสังหาฯ ไทยอาจไม่ได้อยู่ในช่วงขาลงอย่างที่หลายฝ่ายกังวลแต่กำลังอยู่ในช่วง “ปรับฐาน” เพื่อก้าวสู่รอบใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม





