ปัจจัยเสี่ยงบีบอสังหาฯ พลิกเกมคิดใหม่! ‘LPN’ ผุดโมเดลดึงนักลงทุนผุดโมเดล “Investor Program” ขายห้องพร้อมผู้เช่า สร้างผลตอบแทนตั้งแต่วันโอน ช่วยระบายสต็อก
ในจังหวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจ แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ เลือก “ตั้งเกมรับ” มากกว่ารุก วางยุทธศาสตร์ปี 2569 “Rebuild - Strengthening The Core” มุ่งสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ปรับโครงสร้างรายได้ เน้นกระแสเงินสดระยะยาว และขยายฐานนักลงทุนรุ่นใหม่ผุดโมเดล “Investor Program” ขายห้องพร้อมผู้เช่า สร้างผลตอบแทนตั้งแต่วันโอน
ดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวเต็มศักยภาพ ปัจจัยลบจากหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง กำลังซื้อเปราะบาง และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่กดดันภาคอสังหาฯ
สำหรับ LPN สถานการณ์ดังกล่าวไม่ใช่จังหวะของการเร่งขยายโครงการ แต่เป็น “ช่วงเปลี่ยนผ่าน” ที่ต้องกลับมาทบทวนโครงสร้างธุรกิจจริงจัง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้พร้อมรับความผันผวน สะท้อนมุมมองว่า ปี 2569 คือ “ปีแห่งการสร้างฐาน” มากกว่าการไล่ล่าการเติบโตระยะสั้น โดยเลือกใช้ความรอบคอบเป็นตัวนำเกมธุรกิจ
“Rebuild” ยุทธศาสตร์ตั้งหลักสู่ความยั่งยืน
LPN วางหมากองค์กรใหม่ผ่านกลยุทธ์ “Rebuild - Strengthening The Core” ที่มุ่งเสริมความแข็งแกร่งจากแกนหลัก 3 ด้าน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและความมั่นคง 1.เสริมแกร่งสินค้า ปรับดีไซน์ เจาะดีมานด์เฉพาะ แกนแรก ยกระดับ “Product Core” ผ่านการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยปี 2569 เตรียมเปิด 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 4,500 ล้านบาท ครอบคลุมบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม และคอนโดมิเนียมง Low Rise และ High Rise บนทำเลศักยภาพ
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ “แนวคิดการออกแบบ” ที่ปรับให้ทันสมัยมากขึ้น เน้นฟังก์ชันที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่มในแต่ละพื้นที่ ภายใต้แนวคิด “LPN น่าอยู่” ที่ยังคงจุดแข็งเรื่องความคุ้มค่า พร้อมกันนี้ โครงการที่อยู่ระหว่างส่งมอบในปี 2569 ยังสะท้อนทิศทางดีไซน์ใหม่ของแบรนด์ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงการปรับตัวเชิงคุณภาพมากกว่าการแข่งขันด้านปริมาณ
2.สร้างรายได้ประจำ ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจ แกนที่สอง “Business Core” ถือเป็นหัวใจของการปรับโมเดลธุรกิจครั้งนี้ LPN เดินหน้าสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านการต่อยอดธุรกิจบริการบริหารโครงการแบบครบวงจร (Integrated Property Services) โดยมีบริษัทในเครือเป็นกำลังสำคัญในการดูแลหลังการขาย ตั้งแต่งานวิศวกรรม ระบบรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงงานบริการภายในโครงการ
“โมเดลดังกล่าวไม่เพียงสร้างความพึงพอใจให้ลูกบ้าน แต่ยังแปลงเป็นกระแสรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว บริษัทยังมีพอร์ตปล่อยเช่ากว่า 2,000 ยูนิต มีอัตราเช่าเกือบเต็ม 100% กลายเป็นเครื่องยนต์รายได้สำคัญในช่วงที่ตลาดซื้อขายชะลอตัว”
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการผลักดัน “Investor Program” โมเดลขายห้องพร้อมผู้เช่า ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนรับผลตอบแทนทันทีตั้งแต่วันโอน ตอบโจทย์นักลงทุนรุ่นใหม่ที่มองหาการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและสร้างกระแสเงินสดได้จริง กลยุทธ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “ผู้ขายอสังหาฯ” ไปสู่ “ผู้สร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัยและการลงทุน”
3.คุมการเงินเข้ม เสริมเสถียรภาพองค์กร แกนสุดท้าย “Financial Core” รักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา LPN ลดภาระหนี้อย่างต่อเนื่อง จากกว่า 12,000 ล้านบาท เหลือไม่ถึง 10,000 ล้านบาท
ตั้งเป้าลดลงต่ำกว่า 9,000 ล้านบาทในปี 2569 การควบคุมอัตราหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในระดับเหมาะสม ช่วยเสริมสภาพคล่องและลดความเสี่ยงในภาวะตลาดผันผวน นอกจากนี้ บริษัทยังรักษานโยบายจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอระดับ 5-6% ต่อปี สะท้อนความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
"แม้เน้นตั้งรับ แต่ LPN ยังเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง ควบคู่เร่งระบายสินค้าคงเหลือผ่านหลากหลายช่องทาง ทั้งเอเย่นต์และแพลตฟอร์มการลงทุนกลยุทธ์ ‘ขาย+เช่า+ลงทุน’ ถูกนำมาใช้ผสมผสาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ที่มีอยู่"
ขณะเดียวกัน Backlog ที่มีอยู่ยังช่วยรองรับการรับรู้รายได้ในช่วงปี 2569-2570 ทำให้กระแสรายได้ยังคงมีความต่อเนื่อง
ดอกเบี้ยขาลง ความหวังฟื้นกำลังซื้อ
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยประคองตลาดคือทิศทางดอกเบี้ย หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงต้นปี การลดต้นทุนทางการเงินส่งผลโดยตรงต่อผู้บริโภค ทำให้ภาระการผ่อนชำระลดลง เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ และอาจช่วยให้กำลังซื้อในตลาดอสังหาฯ ทยอยฟื้นตัว
LPN ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 ที่ 7,600 ล้านบาท เติบโต 13% จากปีก่อน พร้อมเป้ายอดขาย 8,000 ล้านบาทสะท้อนความพยายาม “เติบโตอย่างระมัดระวัง” ภายใต้ข้อจำกัดของตลาด โดยสัดส่วนรายได้มาจากการขายอสังหาฯ และรายได้ประจำจากธุรกิจบริการและปล่อยเช่า ซึ่งมีบทบาทมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งปีนี้นับเป็น “จุดตั้งต้นใหม่” ของการสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน เพื่อรอจังหวะกลับมาเร่งเกมอีกครั้ง เมื่อตลาดเอื้ออำนวย





