สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เผยผลกระทบสงครามค่าขนส่งขยับ ดันราคาวัสดุปรับเพิ่ม 10-15% ซ้ำเติม “ต้นทุนพุ่ง” คาดผู้ประกอบการตรึงราคาได้ 6 เดือน แนะเร่งตัดสินใจปลูกบ้าน
นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า ผู้ประกอบการ"รับสร้างบ้าน"กำลังเผชิญแรงกดดันจากราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะวัสดุที่ใช้พลังงานสูงในกระบวนการผลิต เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ และพลาสติก ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 10-15% หากราคาวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น 10% จะส่งผลให้ราคาบ้านปรับเพิ่มราว 3% หากเพิ่มขึ้น 15% ราคาบ้านอาจขยับขึ้น 4.5%
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องคือราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงกับภาวะเงินเฟ้อและแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้เกิดความกังวลด้านการขาดแคลนวัสดุก่อสร้าง
โดยเฉพาะวัสดุนำเข้าประเภทพลาสติก ทำให้ราคาผันผวนและเกิดความล่าช้าในการส่งมอบปัจจุบันผู้ประกอบการจำนวนมากปรับรูปแบบการบริหารสต็อก จากการตุนสินค้าล่วงหน้า มาเป็นการจัดซื้อแบบวันต่อวัน เพื่อลดความเสี่ยงด้านราคา
สำหรับการรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการพยายามเจรจาล็อกราคาวัสดุกับซัพพลายเออร์ เพื่อคงราคาบ้านสำหรับลูกค้าเดิม ซึ่งคาดว่าสามารถตรึงราคาได้ประมาณ 6 เดือน อย่างไรก็ตาม หากต้นทุนยังคงปรับเพิ่มต่อเนื่อง อาจจำเป็นต้องปรับราคาก่อสร้างในระยะถัดไป
ขณะที่ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-ก.พ.) ยอดเซ็นสัญญาเติบโต 10% สะท้อนความต้องการสร้างบ้านยังมีอยู่โดยพฤติกรรมผู้บริโภคแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่มีความจำเป็นต้องสร้างทันที และกลุ่มที่ชะลอการตัดสินใจเพื่อรอความชัดเจนของสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยความต้องการกระจายอยู่ในทุกระดับราคา ตั้งแต่ ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ไปจนถึงมากกว่า 10 ล้านบาท
“ประเมินว่าไตรมาส 2 นี้ ราคาวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มปรับเพิ่มอีก 5-8% จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและค่าขนส่ง ซึ่งอาจเร่งให้ราคาบ้านเข้าสู่รอบขาขึ้นเร็วขึ้น”
แม้ตลาดมีแนวโน้มชะลอตัวจากปัจจัยภายนอก แต่ยังถือเป็นโอกาสสำหรับผู้บริโภคที่มีความพร้อม เนื่องจากสามารถล็อกราคาก่อสร้างก่อนการปรับขึ้น และยังได้รับสิทธิประโยชน์ด้านสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำช่วงแรก อย่างไรก็ดี ต้องพิจารณาเลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการทิ้งงาน
พร้อมกันนี้ สมาคมฯ ได้จัดงาน “รับสร้างบ้าน FOCUS 2026” วันที่ 18-22 มี.ค. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีบริษัทเข้าร่วม 28 ราย แบบบ้านกว่า 1,000 แบบ และโปรโมชั่นสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ นับเป็นช่องทางสำคัญกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยตั้งเป้ายอดขายในงานรวม 3,500 ล้านบาท เป็นยอดจองภายในงาน 2,500 ล้านบาท และยอดต่อเนื่องหลังงาน 1,000 ล้านบาท โดยภายในงาน
“แนวโน้มต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ช่วงเวลานี้เป็นจังหวะสำคัญของผู้ที่วางแผนสร้างบ้าน ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาทั้งด้านราคา ต้นทุนความพร้อมทางการเงิน เพื่อประกอบการตัดสินใจท่ามกลางความผันผวนของตลาดที่ยังมีอยู่ต่อเนื่อง”





