วันพุธ ที่ 18 มีนาคม 2569

Login
Login

พลิกเกมรับสร้างบ้าน“ต้นแบบแสนสิริ”ชู Fixed Costฝ่าต้นทุนพุ่ง

พลิกเกมรับสร้างบ้าน“ต้นแบบแสนสิริ”ชู Fixed Costฝ่าต้นทุนพุ่ง

“แสนสิริ” เดินเกมรุก ปั้นธุรกิจรับสร้างบ้าน “ต้นแบบ Crafted by Sansiri” เป็น New S-Curveชูจุดขาย “Fixed Cost” พร้อมขยายสู่ตลาดบ้านหรู-ต่างจังหวัด ตั้งเป้ายอดขาย 700 ล้าน

ธนะสาร ธนทรัพย์สมบุญ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากแผนกลยุทธ์ของแสนสิริ เพื่อเร่งขยายฐานรายได้ใหม่ผ่านธุรกิจที่หลากหลาย เสริมเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว แสนสิริตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่จาก 15% เป็น 25% ภายใน 5 ปี โดยมี “ต้นแบบ Crafted by Sansiri” เป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญ

“ในปี 2569 นี้ ได้ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า หรือประมาณ 700 ล้านบาท เพื่อตอบรับกับดีมานด์ตลาดบ้านสร้างเองที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 77% ของประเทศ สอดคล้องกับมูลค่าตลาดรวมบ้านสร้างเองทั่วประเทศในปี 2568 ที่มีการคาดการณ์มูลค่ารวมอยู่ที่กว่า 190,000 ล้านบาท ”
 

ในจังหวะที่อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญความผันผวนทั้งด้านเศรษฐกิจและต้นทุน “การกระจายความเสี่ยง” กลายเป็นยุทธศาสตร์หลักของผู้ประกอบการรายใหญ่ หนึ่งในนั้นคือ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ที่เร่งขยายพอร์ตธุรกิจใหม่ เพื่อเสริมเสถียรภาพรายได้ในระยะยาว “ต้นแบบ Crafted by Sansiri” ถูกวางบทบาทเป็นมากกว่าธุรกิจเสริม แต่คือ “เครื่องยนต์ใหม่” ที่จะผลักดันสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่เพิ่มจาก 15% เป็น 25% ภายใน 5 ปี

พลิกเกมรับสร้างบ้าน“ต้นแบบแสนสิริ”ชู Fixed Costฝ่าต้นทุนพุ่ง

หลังเปิดตัวเพียงไม่ถึงปี ธุรกิจนี้สามารถสร้างยอดขายทะลุ 300 ล้านบาท สะท้อนดีมานด์ที่ซ่อนอยู่ในตลาดรับสร้างบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ยังขาด “ผู้เล่นระดับแบรนด์” ที่สร้างความเชื่อมั่นได้อย่างเป็นระบบปี 2569 แสนสิริจึงเร่งเครื่องเต็มกำลัง ตั้งเป้ายอดขาย 700 ล้านบาท หรือเติบโตมากกว่า 2 เท่าตัว ภายใต้สมมติฐานว่าตลาดรวมบ้านสร้างเองยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าสูงถึง 190,000 ล้านบาท
 

Fixed Cost สยบความเสี่ยงงบบานปลาย

ท่ามกลางวิกฤตต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น “ความไม่แน่นอนของงบประมาณ” กลายเป็น Pain Point สำคัญของผู้บริโภคโมเดล “Fixed Cost” จึงถูกยกขึ้นเป็นหัวใจของเกมนี้แสนสิรินำระบบพรีคาสท์จากโรงงานของตนเองเข้ามาใช้ ควบคุมทั้งคุณภาพ เวลา และต้นทุนได้อย่างแม่นยำ ทำให้ลูกค้าสามารถ “ล็อกงบ” ได้ตั้งแต่วันเซ็นสัญญา

แตกต่างจากผู้รับเหมาทั่วไปที่มักเผชิญปัญหางบบานปลายข้อมูลเชิงลึกระบุว่า ผู้บริโภคกว่า 40% เคยเผชิญปัญหางบประมาณเกินจริงและคุณภาพวัสดุไม่ตรงตามที่ตกลงไว้ ส่งผลให้ “ความโปร่งใส” กลายเป็นปัจจัยตัดสินใจอันดับต้น แซงหน้าราคาแนวคิดนี้สอดรับกับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “Trust & Value” มากกว่าการเลือกตัวเลือกที่ถูกที่สุด

ต่างจังหวัดแรงไม่ตก ดีมานด์ครอง 77% ของตลาด

อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ คือ การเติบโตของตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัด ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 77% ของทั้งประเทศจังหวัดหัวเมืองใหญ่ เช่น ชลบุรี นครราชสีมา เชียงใหม่ และภูเก็ต กลายเป็นฐานลูกค้าหลัก โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าของที่ดินที่ต้องการสร้างบ้านบนที่ดินมรดกหรือทำเลเดิมของครอบครัวความต้องการดังกล่าว

สะท้อน “คุณค่าทางจิตใจ” ที่โครงการจัดสรรไม่สามารถทดแทนได้ ขณะเดียวกันผู้บริโภคยังต้องการมาตรฐานงานก่อสร้างระดับแบรนด์รูปแบบบ้านยอดนิยม ได้แก่ Modern Classic และ Modern French Renaissance ที่เน้นความหรูหราเหนือกาลเวลา พร้อมพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ รองรับครอบครัวขยาย (Multi-Generation)

เจาะตลาดบ้านหรู 1,000 ตร.ม. อัพมาร์จิ้น

การขยับเข้าสู่ตลาด Private Residential หรือบ้านขนาดใหญ่กว่า 1,000 ตารางเมตร ถือเป็นอีกก้าวเชิงกลยุทธ์ตลาดนี้แม้มีขนาดเล็กกว่า แต่มี “กำลังซื้อสูง” และต้องการบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบโดยสถาปนิก วิศวกร ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพและบริการหลังการขายจุดแข็งของแสนสิริคือการมีทีม In-house ครบวงจร ทำให้สามารถควบคุมมาตรฐานได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ต่างจากโมเดลการจ้างแยกส่วนที่พบในตลาดทั่วไปพร้อมกันนี้ การเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) ยังเป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือ และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม

One Stop Service ปิดจุดอ่อนตลาดเดิม

ความสำเร็จของ “ต้นแบบ” ไม่ได้เกิดจากเพียงแบรนด์ แต่เกิดจากการ “แก้ Pain Point” อย่างตรงจุดโมเดล One Stop Service ครอบคลุมตั้งแต่ การออกแบบการผลิต (พรีคาสท์) การจัดส่งการก่อสร้าง พร้อมบ้านตัวอย่างจริงกว่า 18 ซีรีส์ มากกว่า 100 แบบ ช่วยลดความเสี่ยงในการตัดสินใจของลูกค้าผลลัพธ์คือยอดขาย 200 ล้านบาทภายใน 6 เดือนแรก และปิดปีที่ 300 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดในธุรกิจใหม่

นอกจากความคุ้มค่า ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิต” มากขึ้น แนวโน้ม Sustainable Living หรือบ้านประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กำลังได้รับความนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวขยายขณะเดียวกัน เทรนด์ Pet Humanization ก็มาแรง ส่งผลให้เกิดดีมานด์บ้านที่ออกแบบเพื่อสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ซึ่งถูกบรรจุอยู่ในโรดแมปการพัฒนาแบบบ้านในอนาคต

ภาพใหญ่ของ “ต้นแบบ Crafted by Sansiri” ไม่ใช่แค่ธุรกิจรับสร้างบ้าน แต่คือการยกระดับบทบาทจาก “ผู้พัฒนาโครงการ” สู่ “พาร์ตเนอร์ระยะยาว” ของลูกค้าในยุคที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ ความเชื่อมั่นจึงมีมูลค่ามากกว่าราคาการชู Fixed Cost ควบคู่กับมาตรฐานงานก่อสร้าง และบริการครบวงจร คือคำตอบของเกมนี้ และหากแสนสิริสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่อง “ต้นแบบ” อาจไม่ใช่เพียง New S-Curve แต่จะกลายเป็น “แกนหลัก” ของรายได้ในอนาคต