วันพุธ ที่ 18 มีนาคม 2569

Login
Login

สงครามสะเทือนรับสร้างบ้าน หวั่นต้นทุนพุ่ง เสี่ยงโดมิโนปิดกิจการ

สงครามสะเทือนรับสร้างบ้าน หวั่นต้นทุนพุ่ง เสี่ยงโดมิโนปิดกิจการ

สงครามในตะวันออกกลางส่งแรงสั่นสะเทือนรับสร้างบ้าน “สมาคมไทยรับสร้างบ้าน” ชี้ต้นทุนวัสดุและค่าขนส่งพุ่งทันที หวั่นวิกฤตยืดเยื้อผู้ประกอบทยอยล้มหาย

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ที่ขยายตัวรวดเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ กำลังสร้างแรงกระเพื่อมต่อระบบเศรษฐกิจโลก และเริ่มสะท้อนชัดในภาคก่อสร้างไทย


นายนิรัญ โพธิ์ศรี นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน หรือ THBA  ระบุว่า ธุรกิจรับสร้างบ้านกำลังเผชิญภาวะ “ช็อกต้นทุน” จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลทันทีต่อราคาวัสดุก่อสร้างและค่าขนส่งปัจจัยหลักที่กดดันต้นทุนมี 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่การขาดแคลนวัตถุดิบต้นน้ำ ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างหลายรายเริ่มประสบข้อจำกัดในการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ หลังเส้นทางขนส่งบางส่วนได้รับผลกระทบจากพื้นที่ความขัดแย้ง ขณะเดียวกันค่าขนส่งภายในประเทศยังเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันและปริมาณเชื้อเพลิงที่ตึงตัว  ค่าขนส่งโลจิสติกส์พุ่ง ราคาน้ำมันและค่าระวางเรือปรับขึ้นตามความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนแฝงในการขนส่งวัสดุจากโรงงานสู่หน้างานก่อสร้างขยับขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ไม่คาดคิดว่าแรงกระแทกจะมาถึงเร็วขนาดนี้สงครามในตะวันออกกลางจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะกำลังแทรกซึมอยู่ในทุกอิฐ หิน ปูน ทราย ของการก่อสร้าง” นายกสมาคมฯ กล่าว
 

สัญญาณ “โดมิโน” ธุรกิจรับสร้างบ้าน

THBA ประเมินว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อ อุตสาหกรรมรับสร้างบ้านอาจเผชิญปรากฏการณ์โดมิโนทางธุรกิจ

ผู้ประกอบการจำนวนมากทำสัญญาก่อสร้างในราคาคงที่ไว้ล่วงหน้า ทำให้ไม่สามารถปรับต้นทุนตามราคาวัสดุที่พุ่งขึ้นได้ทัน ส่งผลให้แรงกดดันทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผู้ประกอบการรายเล็ก มีความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากมีสภาพคล่องจำกัดและอำนาจต่อรองราคาวัสดุกับซัพพลายเออร์ต่ำผู้ประกอบการรายใหญ่แม้จะมีการสต๊อกวัสดุล่วงหน้า แต่หากราคาวัสดุยังปรับขึ้นต่อเนื่อง ก็จะกระทบต่อกำไรสุทธิและแผนการลงทุนในอนาคต

สถานการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่การทยอยปิดกิจการของผู้ประกอบการบางราย และกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในตลาดรับสร้างบ้าน

ทางรอดธุรกิจ ท่ามกลางพายุภูมิรัฐศาสตร์

เพื่อรับมือความผันผวนที่เกิดขึ้น สมาคมไทยรับสร้างบ้านแนะนำผู้ประกอบการให้เร่งปรับกลยุทธ์บริหารความเสี่ยง ได้แก่

1. วางแผนจัดซื้อวัสดุล่วงหน้า สำหรับงานก่อสร้างในช่วง 1–3 เดือนข้างหน้า
2. ทบทวนเงื่อนไขสัญญาจ้างเพิ่มความยืดหยุ่นต่อการปรับราคาวัสดุ เช่น การใช้เงื่อนไข Escalation Clause
3. สื่อสารกับลูกค้าอย่างโปร่งใสเพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงจากปัจจัยระดับโลก

THBA ระบุว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังยืดเยื้อ และไม่มีมาตรการจากภาครัฐในการพยุงราคาพลังงานหรือดูแลต้นทุนวัสดุก่อสร้าง อุตสาหกรรมรับสร้างบ้านอาจเผชิญแรงสั่นสะเทือนรุนแรงกว่าที่คาดวิกฤตครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงสงครามไกลตัว แต่กำลังสะเทือนถึง ธุรกิจบ้านไทยทั้งระบบ