นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ชี้ ค่าไฟแพงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แนะวิธีประหยัดพลังงานเริ่มได้จากบ้านด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
ทุกหน้าร้อน ประเทศไทยใช้ไฟฟ้าสูงสุดของปี และในวันที่โลกพลังงานเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “จะผลิตไฟเพิ่มอย่างไร” แต่คือ “เราจะใช้พลังงานอย่างฉลาดขึ้นได้อย่างไร” เพราะความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ อาจเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ภายในบ้านของเราเอง
ทำไมหน้าร้อน ค่าไฟจึงพุ่งทุกปี
ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ความต้องการใช้พลังงานพุ่งสูงที่สุดของปีสาเหตุสำคัญคือการใช้งานเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงอากาศร้อนจัด ส่งผลให้ภาระต่อระบบไฟฟ้าของประเทศเพิ่มขึ้นตามไปด้วยในอีกด้านหนึ่ง ภาวะความผันผวนของพลังงานโลก ทั้งราคาก๊าซธรรมชาติและต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ยิ่งทำให้การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพกลายเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้น ไม่ใช่แค่ระดับประเทศ แต่รวมถึงระดับครัวเรือนด้วย
ด้วยเหตุนี้ สุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร จึงชวนสมาชิกและผู้อยู่อาศัยร่วมกันปรับพฤติกรรมการใช้พลังงาน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในบ้าน พร้อมกับช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว
วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดค่าไฟได้จริง
หนึ่งในต้นตอค่าไฟที่ใหญ่ที่สุดในบ้าน คือ “เครื่องปรับอากาศ”การปรับอุณหภูมิขึ้นเพียง 1 องศาเซลเซียสสามารถช่วยลดการใช้ไฟได้ประมาณ5–10%ดังนั้นการตั้งแอร์ไว้ที่ 26–27 องศาพร้อมเปิดพัดลมช่วยหมุนเวียนอากาศ จึงเป็นวิธีที่ช่วยประหยัดไฟได้โดยไม่ลดความสบายนอกจากนี้ การล้างแผ่นกรองอากาศอย่างสม่ำเสมอ และปิดเครื่องทันทีเมื่อไม่ใช้งาน ก็ช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ
เปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว
ในความเป็นจริง การประหยัดพลังงานจำนวนมากไม่ได้มาจากเทคโนโลยีราคาแพง แต่เกิดจากการปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น
- ปิดไฟทุกครั้งเมื่อออกจากห้อง
- ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน
- เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED
- รวมการซักผ้าและรีดผ้าให้ทำครั้งละมาก ๆ
พฤติกรรมเล็กน้อยเหล่านี้ เมื่อสะสมตลอดทั้งปี สามารถช่วยลดค่าไฟของครัวเรือนได้ไม่น้อย
หลีกเลี่ยง “ชั่วโมงพีค” ของระบบไฟฟ้า
ช่วงเวลา 18.00–22.00 น.ถือเป็นช่วงพีคของการใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยเพราะเป็นเวลาที่ผู้คนกลับถึงบ้านพร้อมกัน และเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น ไปจนถึงเครื่องครัว
หากครัวเรือนสามารถเลื่อนกิจกรรมที่ใช้ไฟสูง เช่น การซักผ้า อบผ้า หรือรีดผ้า ไปยังช่วงเวลาอื่น ก็จะช่วยลดภาระของระบบไฟฟ้าในภาพรวมได้อย่างมาก
พลังงานไม่ได้จบแค่ในบ้าน
การใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ไม่ได้จำกัดแค่ไฟฟ้าในบ้าน แต่ยังรวมถึงพลังงานจากการเดินทางการวางแผนทำธุระหลายอย่างในเที่ยวเดียว การใช้ระบบขนส่งสาธารณะหรือการเดินทางร่วมกันแบบCarpool สามารถช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมถึงการตรวจสอบสภาพรถยนต์และแรงดันลมยางให้เหมาะสม ก็ช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงานได้เช่นกัน
เมื่อชุมชนช่วยกัน ประหยัดได้มากกว่า
การประหยัดพลังงานจะยิ่งเห็นผลชัด หากเกิดขึ้นในระดับชุมชน เช่น การช่วยกันตรวจสอบการเปิด–ปิดไฟในพื้นที่ส่วนกลาง การบริหารระบบปั๊มน้ำของหมู่บ้านอย่างเหมาะสม รวมถึงการสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftopบนหลังคาบ้านหรืออาคารส่วนกลาง
เมื่อผู้อยู่อาศัยร่วมมือกันทั้งหมู่บ้าน ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่ายที่ลดลง แต่ยังเป็นการสร้างระบบพลังงานที่ยั่งยืนมากขึ้นในระยะยาว
ความมั่นคงทางพลังงาน เริ่มจากบ้านเรา
ในโลกที่พลังงานกำลังกลายเป็นทรัพยากรที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นเรื่อย ๆคำตอบอาจไม่ได้อยู่แค่ในโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ เท่านั้นแต่ยังอยู่ใน พฤติกรรมของผู้ใช้พลังงานทุกคนเพราะสุดท้ายแล้ว ความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ อาจเริ่มต้นจากการตัดสินใจเล็ก ๆ ของเราในบ้านทุกวัน





