วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม 2569

Login
Login

‘พฤกษา’ เบรกตลาดแมสหลังอสังหาฯหด 33% เปิดโครงการต่ำสุดในรอบ21ปี

‘พฤกษา’ เบรกตลาดแมสหลังอสังหาฯหด 33% เปิดโครงการต่ำสุดในรอบ21ปี

‘พฤกษา’ ชูStrategic Transition เบรกตลลาดแมสปักธงรุกพรีเมียมฝ่าตลาดหด 33% ปีมะเมียเปิดโครงการต่ำสุดในรอบ21ปี

เมื่อพายุสินเชื่อพัดแรง กำลังซื้อสะดุด ตลาดหดตัว 33% คำถามคือ ใครจะอยู่รอดในเกมนี้ ปีที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเหมือนเรือที่ต้องฝ่าคลื่นลมแรงมูลค่าโครงการเปิดใหม่หดตัวเหลือไม่ถึง 3 แสนล้านบาท ลดลงราว 33% คอนโดมิเนียมคือกลุ่มที่เจ็บหนักสุด ยอดขายลดลงกว่า 23%บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ก็ไม่ต่างกัน

นี่ไม่ใช่แค่ “รอบขาลง” ปกติแต่เป็นแรงกดดันจากรีเจ็กต์เรตสินเชื่อ หนี้ครัวเรือน และความระมัดระวังของผู้บริโภค ท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้ การยืนเฉยอาจไม่ใช่ทางรอดและนี่คือเหตุผลที่พฤกษา เรียลเอสเตทตัดสินใจ “หักพวงมาลัย” ครั้งสำคัญ

ธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประเมินว่า ปีที่ผ่านมา บริษัทเปิด 14 โครงการ มูลค่า 13,300 ล้านบาททำยอดขายได้ 10,000 ล้านบาทแม้ไม่หวือหวา แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่า คือ การระบายสต็อกได้เกือบ 25% ในภาวะตลาดหดตัว “กระแสเงินสด” สำคัญกว่าการเติบโตปี 2569 พฤกษาจึงเลือกเดินเกมระมัดระวัง


 

เปิดโครงการใหม่เพียง 7 โครงการ มูลค่า 8,200 ล้านบาท ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ปี 2548 สวนทางกับปีพีก 2559 ที่เคยเปิดถึง 69 โครงการ มูลค่าเกือบ 60,000 ล้านบาท

ทำไมต้องลดขนาด? คำตอบอยู่ที่ “โครงสร้างกำลังซื้อ”

กลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งเคยเป็นจุดแข็ง ค่อย ๆ ลดสัดส่วนเหลือเพียง 13%เพราะเป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อการถูกปฏิเสธสินเชื่อสูงพฤกษาจึงขยับน้ำหนักไปยังกลุ่ม Medium และ Premium กว่า 40% ต่อกลุ่มพูดง่าย ๆ คือจาก “บ้านเพื่อทุกคน”กลายเป็น “บ้านเพื่อคนที่พร้อมจริง”

 Rare Item และเกมทำเล

ปีนี้ พฤกษาไม่ได้เน้นจำนวนแต่เน้นคำว่า “Rare”หนึ่งในโครงการเรือธงคือ The Reserve Sukhumvit 89/1 บนสุขุมวิท ใกล้ BTS บ้านระดับประมาณ 50 ล้านบาท พร้อมบริการ Tele-Medicine อีกโครงการคือ The Palm Custom Yard บางนา กม.8 บ้าน 20–30 ล้านบาท ที่ขายพื้นที่และคุณภาพชีวิต รวมถึงโครงการเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 10 ยูนิตอย่าง The Palm Vibhavadi 64 นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า พฤกษากำลังเล่นเกม “มาร์จิน” มากกว่า “วอลุ่ม”
 

จาก Developer สู่ Ecosystem

ปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพที่น่าสนใจกว่าการขายบ้าน คือการต่อยอดธุรกิจสุขภาพภายใต้พฤกษา โฮลดิ้ง กลุ่มบริษัทกำลังทำ Strategic Transition รีวิวพอร์ต ลดการลงทุนที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักและเพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์ โดยในปีที่ผ่านมา บันทึกขาดทุนทางบัญชีครั้งเดียว 787 ล้านบาท จากการลงทุนต่างประเทศเพื่อ “ล้างไพ่” ให้โครงสร้างการเงินชัดขึ้นปัจจุบัน Net Gearing Ratio อยู่เพียง 0.28 เท่าถือว่าต่ำในอุตสาหกรรม สะท้อนว่า เกมนี้ไม่ได้เล่นแบบเสี่ยงเกินตัว

 โรงพยาบาลวิมุตเครื่องยนต์กำไรตัวใหม่

ธุรกิจที่เริ่มชัดเจนขึ้นคือ โรงพยาบาลวิมุต กำลังก้าวสู่ปีที่ 5 ผู้ป่วยนอกเติบโตประมาณ 7% ทำกำไรขั้นต้นแตะ 31% ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ศูนย์เฉพาะทางสร้างรายได้ราว 15% ของรายได้โรงพยาบาล เมื่ออสังหาฯ ผันผวน Healthcare กลายเป็นรายได้ที่เสถียรกว่า ปี 2569 กลุ่มพฤกษาตั้งเป้ารายได้รวม 18,800 ล้านบาท แบ่งเป็น อสังหาฯ 15,000 ล้านบาทเฮลธ์แคร์ 2,600 ล้านบาท และรายได้อื่น 1,200 ล้านบาท

เป้าหมายใหญ่กว่านั้นคือดันรายได้ประจำให้แตะ 20% ภายใน 3 ปี และผลักดันรายได้รวมสู่ระดับ 20,000–25,000 ล้านบาท

 เพิ่มรายได้ผ่านRecurring Incom

พฤกษาไม่ได้หยุดแค่บ้านกับโรงพยาบาล โครงการ Omega Smart Warehouse ร่วมทุนกับ CapitaLand เตรียมรับรู้รายได้ไตรมาส 3 ปี 2569 ธุรกิจอพาร์ตเมนต์ให้เช่า 138 ยูนิต ปล่อยเช่าเต็มใน 2 เดือน ธุรกิจก่อสร้างบ้าน B2C มียอดพรีเซล 480 ล้านบาท และงานในมืออีก 460 ล้านบาท ทั้งหมดนี้คือความพยายามสร้าง “Recurring Income”เพื่อลดการพึ่งพารายได้ก้อนใหญ่จากการโอนบ้าน

เมื่อยอดเปิดต่ำสุด คือการตั้งหลัก

ในวันที่ยอดเปิดโครงการต่ำสุดในรอบกว่า 20 ปี หลายคนอาจมองว่าเป็นสัญญาณถอย แต่ในอีกมุมหนึ่งนี่อาจเป็นการตั้งหลัก เพื่อรอจังหวะใหม่เพราะในเกมอสังหาฯคนที่รอด ไม่ใช่คนที่โตเร็วที่สุดแต่คือคนที่ “บริหารเงินสดได้ดีที่สุด”และวันนี้ พฤกษากำลังเดิมพันว่าการขยับสู่พรีเมียมผสานสุขภาพสร้างรายได้ประจำคือคำตอบของยุคที่ความแน่นอนหายากคำถามสุดท้ายจึงไม่ใช่ว่าตลาดจะฟื้นเมื่อไร แต่คือใครจะพร้อมที่สุด เมื่อวันนั้นมาถึง