พฤกษาเดินหน้าเปิด 7 โครงการใหม่ มูลค่า 8.2 พันล้าน ปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอ ลดสัดส่วนบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านพร้อมรุกเซกเมนต์พรีเมียม ตั้งเป้า 1.6หมื่นล้าน
นายธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2568 บริษัทเปิดโครงการใหม่ 14 โครงการ มูลค่า 13,300 ล้านบาท มียอดพรีเซล 11,050 ล้านบาท และยอดโอน 11,500 ล้านบาทปัจจุบันมีสินค้าพร้อมขายรวมมูลค่า 66,400 ล้านบาท
ทั้งนี้ ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอ โดยสัดส่วนโครงการใหม่ประมาณ 45% อยู่ในกลุ่มพรีเมียม (ราคามากกว่า 7 ล้านบาท) และระดับกลางราคา 3–5 ล้านบาท คิดเป็น 42% ขณะที่กลุ่มราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท เหลือเพียง 13%
การปรับพอร์ตดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงจากกลุ่มที่อ่อนไหวต่อการปฏิเสธสินเชื่อ และเพิ่มสัดส่วนสินค้าในกลุ่มที่มีกำลังซื้อชัดเจนมากขึ้น
นายธีระระบุว่า แม้ตลาดที่อยู่อาศัยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะกลุ่มบ้านเดี่ยวระดับกลางถึงล่าง แต่บริษัทสามารถบริหารต้นทุนผ่านการแบ่งโซนพัฒนาโครงการ การทยอยปิดโครงการเก่าที่ขายช้า การปรับแบบและต้นทุนการผลิต รวมถึงเร่งโอนคอนโดมิเนียมในช่วงปลายปี ส่งผลให้อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น
เปิด 7 โครงการ มุ่งเซกเมนต์กลาง-บน
สำหรับปี 2569 บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ 7 โครงการ มูลค่ารวม 8,200 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นแบรนด์หลัก (Brand Champion) ในเซกเมนต์กลาง-บนตั้งเป้ายอดพรีเซล 16,500 ล้านบาท และรายได้ 15,000 ล้านบาท (ไม่รวมโครงการร่วมทุน)
กลยุทธ์หลักในปี 2569 ประกอบด้วย
- เร่งระบายสต็อกพร้อมอยู่
- ควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
- บริหารกระแสเงินสดให้แข็งแกร่ง
- เพิ่มสัดส่วนเอเจ้นท์ต่างชาติ 10% โดยเน้นกลุ่มจีน พม่า และไต้หวัน
ขยายยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์และฐานลูกค้าเดิม
พร้อมกันนี้ บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ด้านราคาและแคมเปญสนับสนุนทางการเงิน เช่น โปรแกรม “พฤกษา พาส” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าผ่อนตรงกับโครงการสูงสุด 1 ปี และสามารถเข้าอยู่อาศัยได้ทันที
สำหรับโครงการที่จะเปิดตัวปีนี้ ได้แก่
1. The Reserve Villa Sukhumvit 89/1บ้านระดับราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป
2. The Palm Courtyard บางนา กม.8บ้านเดี่ยวดีไซน์คอร์ทยาร์ด ราคา 20–30 ล้านบาท
3. The Palm วิภาวดี 64 บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 3 ชั้น จำนวน 19 ยูนิต ราคา 20–30 ล้านบาท
4. Chapter One รัชดา 19 คอนโดมิเนียม Pet Friendly มูลค่า 1,530 ล้านบาท
5. Chapter One ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ มูลค่า 1,650 ล้านบาท
6. The Connect Biztown สุวรรณภูมิ-กิ่งแก้วราคาเริ่มต้น 3–5 ล้านบาท
7. The Connect ปัญญา-รามอินทราบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ราคาเริ่มต้น 3–6 ล้านบาท
Backlog 2.5 พันล้าน รองรับรายได้ปีถัดไป
ปัจจุบันบริษัทมียอดโอนรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวม 2,500 ล้านบาท จาก 4 โครงการ ได้แก่
- พลัม คอนโด นิวเวสต์
- เดอะ ไพรเวซี่ พาร์ค เตาปูน
- แชปเตอร์ วัน สปาร์ค จรัญ
- แชปเตอร์ วัน มอร์ เกษตร
บริษัทประเมินว่า Backlog ดังกล่าวจะทยอยรับรู้รายได้ในปีถัดไป ช่วยเสริมความต่อเนื่องของกระแสเงินสด
ท่ามกลางสภาพตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ พฤกษาเลือกเดินเกมอย่างระมัดระวัง ลดจำนวนการเปิดโครงการใหม่ แต่เน้นคุณภาพทำเลและกำลังซื้อในกลุ่มกลาง-บนมากขึ้น
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการปรับตัวของผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่มุ่งรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงในระยะยาว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน





