ครามสะเทือนตลาดรับสร้างบ้านไทย ผู้บริโภคชะลอตัดสินใจ โดยเฉพาะกลุ่มบ้านระดับกลาง-บน ขณะที่ผู้ประกอบการเผชิญแรงกดดันต้นทุน 3 ด้าน “วัสดุ-แรงงาน-พลังงาน”
อนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา กระแสข่าวความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ส่งผลต่อบรรยากาศการตัดสินใจของผู้บริโภคอย่างชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นต้นทุนก่อสร้างที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ปัจจัยด้าน “ราคา” กลายเป็นตัวแปรสำคัญ
“ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งคำถามว่าช่วงเวลานี้เหมาะสมต่อการใช้จ่ายเงินก้อนใหญ่หรือไม่ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แปรเปลี่ยนเป็นความระมัดระวังในการลงทุนด้านที่อยู่อาศัย”
โดยข้อมูลตลาดสะท้อนภาพที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละเซกเมนต์ บ้านระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท เติบโต 16% บ้านระดับ 5-10 ล้านบาท และ 10-20 ล้านบาท ลดลง 30% บ้านระดับ 20 ล้านบาทขึ้นไปลดลง 35%
กลุ่มบ้านระดับลักชัวรี ราคามากกว่า 20 ล้านบาท เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูงสุด เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นผู้บริหาร นักลงทุน หรือเจ้าของกิจการ ซึ่งให้ความสำคัญกับเสถียรภาพเศรษฐกิจและความมั่นใจในระยะยาว เมื่อปัจจัยภายนอกยังมีความผันผวน จึงเลือก “ชะลอ” เพื่อรอความชัดเจน
ในทางกลับกัน กลุ่มที่มีความพร้อมทางการเงินและมีแผนชัดเจน มองว่าการตัดสินใจในช่วงที่ต้นทุนยังไม่ปรับขึ้นเต็มที่ อาจเป็นจังหวะที่คุ้มค่า โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการสร้างบ้านเพื่อสะท้อนตัวตนและความสำเร็จ
ตลาดรับสร้างบ้านปี 2568 หดตัว 11%
ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านทั่วประเทศในปี 2568 ปรับตัวลดลง 11% จากมูลค่า 213,000 ล้านบาท เหลือประมาณ 190,000 ล้านบาทขณะที่กลุ่มสมาชิกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน มียอดเซ็นสัญญาลดลงถึง 18%
สะท้อนว่าตลาดเฉพาะกลุ่มได้รับแรงกดดันมากกว่าภาพรวมประเทศสาเหตุหลักมาจากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ การเมือง และสถานการณ์โลก ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยตรง
3 ปัจจัยเสี่ยง ดันต้นทุนก่อสร้าง
นายกสมาคมฯ ระบุว่า ปัจจัยที่กดดันต้นทุนก่อสร้างมี 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.ราคาวัสดุก่อสร้าง วัสดุโครงสร้างหลัก เช่น เหล็กและปูนซีเมนต์ ใช้พลังงานสูงในกระบวนการผลิต เมื่อราคาพลังงานผันผวน ต้นทุนย่อมขยับตาม
อีกทั้งวัสดุนำเข้าบางประเภทได้รับผลกระทบจากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นตามสถานการณ์สงคราม 2.ค่าแรงงานความเสี่ยงจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ หากเกิดขึ้นจริง จะส่งผลต่อต้นทุนโครงการโดยตรง และเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการและ 3.ค่าขนส่งและราคาน้ำมัน
“ธุรกิจรับสร้างบ้านต้องพึ่งพาการขนส่งวัสดุอย่างต่อเนื่อง ราคาน้ำมันที่ผันผวนจึงกระทบเป็นลูกโซ่ทั้งค่าวัสดุ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายดำเนินงานปัจจุบัน ผู้ประกอบการหลายรายยังเลือกแบกรับต้นทุนบางส่วนไว้เอง เพื่อรักษาระดับราคาและประคองกำลังซื้อของลูกค้า”
“Trust” สำคัญกว่า “Price”
แนวโน้มปี 2569 ผู้บริโภคมีความรอบคอบมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใช้โซเชียลมีเดียค้นหาข้อมูลเชิงลึก เปรียบเทียบสเปควัสดุและผลงานก่อสร้าง ใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้น เข้าเยี่ยมชมหน้างานจริงเพื่อประเมินคุณภาพ
จากเดิมที่การแข่งขันเน้น “ราคา” ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ความเชื่อมั่น” และความเชี่ยวชาญของบริษัทรับสร้างบ้านมากกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากปัญหาทิ้งงานหรือก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกัน รูปแบบบ้านต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และสะท้อนบุคลิกภาพของเจ้าของบ้านอย่างชัดเจน ผู้บริโภคจำนวนมากมีฟังก์ชันในใจล่วงหน้า ก่อนเลือกบริษัทเข้ามาดำเนินการ
มุมมองเชิงบวกโอกาสในจังหวะฟื้นตัว
แม้เผชิญแรงกดดันหลายด้าน แต่มีมุมมองว่าเศรษฐกิจไทยอาจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และกำลังทยอยฟื้นตัว ในขณะที่หลายภูมิภาคของโลกเผชิญความขัดแย้ง ไทยและเอเชียยังมีความได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐาน ศักยภาพการผลิต และความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งเอื้อต่อการลงทุนในระยะยาว สำหรับผู้บริโภคที่มีเงินเย็นและแผนชัดเจน การตัดสินใจในช่วงนี้อาจเป็นโอกาสในการควบคุมต้นทุน ก่อนที่ราคาจะปรับขึ้นตามกลไกตลาดโลกในอนาคต
ตลาดรับสร้างบ้านกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ท่ามกลางแรงกดดันต้นทุนและความผันผวนจากต่างประเทศการตัดสินใจสร้างบ้านในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องที่อยู่อาศัย แต่เป็นการประเมินความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นในอนาคต แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ตลาดกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจในระยะยาว





