คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ เปิดกำไร 10 อสังหาฯ ปี 2568 เผยรายได้รวมหลายแสนล้านบาท พร้อมกำไรนับหมื่นล้าน ใครรอด ใครร่วง ให้ตัวเลขบอกคำตอบ
สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย ปี 2568 คือปีที่ตลาดที่อยู่อาศัยไทย “เหนื่อย”กำลังซื้อในประเทศชะลอตัว การอนุมัติสินเชื่อยากขึ้น ส่งผลให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์สะดุดในหลายโครงการ
แต่เมื่อเปิดงบการเงินที่รายงานผ่าน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภาพที่เห็นไม่ใช่คำว่า “วิกฤต” หากแต่เป็นคำว่า “คัดคนแข็งแรงให้อยู่รอด”เพราะแม้กำไรสุทธิของหลายบริษัทจะลดลงมากกว่า 20% จากปีก่อนแต่ผู้นำตลาดยังคงทำกำไรระดับ 4,000 ล้านบาทขึ้นไป
3 อันดับแรก กำไรทะลุ 4,000 ล้าน
1. แสนสิริ
- กำไรสุทธิ 4,513 ล้านบาท
- รายได้รวม 34,395 ล้านบาท
- Net Margin 13.1%
แสนสิริขึ้นแท่นแชมป์กำไรสูงสุดของปีแม้กำไรลดลงราว 14% YoY แต่ยังรักษาฐานรายได้แข็งแรงยอดขายทั้งปี 51,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้าน 51% คอนโด 49%พร้อมจ่ายปันผลรวม 0.13 บาทต่อหุ้นจุดแข็งสำคัญ คือ “ความเชื่อมั่นแบรนด์” ในปีที่ผู้บริโภคระวังการใช้เงิน
2. เอพี (ไทยแลนด์)
- กำไรสุทธิ 4,316 ล้านบาท
- รายได้รวม 37,626 ล้านบาท
- Net Margin 11.5%
รายได้สูงสุดในกลุ่ม Top 3แม้กำไรลดลงประมาณ 14% เช่นกันสะท้อนการแข่งขันด้านราคาและต้นทุนที่สูงขึ้น
3. ศุภาลัย
- กำไรสุทธิ 4,015 ล้านบาท
- รายได้รวม 24,772 ล้านบาท
- Net Margin 16.2%
ศุภาลัยโดดเด่นเรื่อง “ความสามารถทำกำไร”เพราะมีอัตรากำไรสุทธิสูงที่สุดในกลุ่มผู้นำ
กลุ่มกลางตาราง กำไรหลักพันล้าน
4. แลนด์แอนด์เฮ้าส์
กำไร 3,716 ล้านบาท รายได้ 23,200 ล้านบาท Margin 16.0%
5. ควอลิตี้เฮ้าส์
กำไร 1,728 ล้านบาท รายได้ 7,882 ล้านบาท Margin 21.9%
บริษัทที่ทำ Margin สูงสุดในกลุ่ม Top 10
6. เอสซี แอสเสท
กำไร 1,533 ล้านบาท รายได้ 20,233 ล้านบาท Margin 7.6%
เป็นหนึ่งใน 3 บริษัทที่กำไรลดลงไม่ถึง 20% (-10%)
7. แอสเซทไวส์
กำไร 1,078 ล้านบาท รายได้ 9,466 ล้านบาท Margin 11.4%
กลุ่มกำไรบางเฉียบ เกมที่ยากขึ้น
8. ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้
กำไร 720 ล้านบาท รายได้ 9,223 ล้านบาท Margin 7.8%
9. อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์
กำไร 56 ล้านบาท รายได้ 6,555 ล้านบาท Margin 0.9%
10. แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์
กำไร 29 ล้านบาท รายได้ 6,734 ล้านบาท Margin 0.4%
ในปีที่ต้นทุนการเงินสูงและยอดโอนสะดุด“กำไร” อาจเหลือเพียงเส้นบาง ๆสิ่งที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่แค่ใครได้กำไรสูงสุดแต่คือ “ใครรักษาเสถียรภาพได้ดีที่สุด”ปี 2568 ทำให้เห็นว่า บริษัทที่มีแบรนด์แข็งแรง กระจายพอร์ตดี จะรักษากำไรได้ บริษัทที่พึ่งพาเซ็กเมนต์เดียวมากเกินไป จะเปราะบางกว่า Margin กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญกว่ายอดรายได้
และเมื่อเข้าสู่ปี 2569ผู้เล่นรายใหญ่ยังเตรียมเปิดโครงการใหม่รวมกันมากกว่าแสนล้านบาทสะท้อนความเชื่อว่า ตลาดไม่ได้หายไป
เพียงแค่กำลัง “เปลี่ยนจังหวะ”ในโลกอสังหาฯปีหนึ่งอาจเป็นปีของการเร่งเครื่องแต่อีกปี อาจเป็นปีของการเอาตัวรอดปี 2568 คือบทพิสูจน์นั้นอย่างชัดเจนที่สุด





