คำว่า “โลกร้อน” อาจเบาเกินไปสำหรับปีนี้เมื่ออุณหภูมิทำลายสถิติซ้ำแล้วซ้ำเล่า โลกกำลังเข้าสู่ยุค “โลกเดือด” อย่างเต็มรูปแบบ
รายงาน Climate Risk Index 2026 โดย Germanwatch ชี้ว่า ปี 2567 ไทยขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 17 ของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้ว จากอันดับ 72 ในปี 2565
ขณะที่ความเสี่ยงระยะยาว 30 ปี ไทยอยู่อันดับ 22 ของโลกในอีกด้าน รายงาน GHG Emissions of All World Countries 2025 โดย Joint Research Centre (JRC) ระบุว่า ไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเป็นอันดับ 21 ของโลก และอันดับ 3 ในอาเซียนตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า“ความเสี่ยง” และ “ความรับผิดชอบ” กำลังมาบรรจบกันและหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงกดดันโดยตรง คือ ภาคอสังหาริมทรัพย์
ผู้บริโภคเปลี่ยน เกมบ้านก็ต้องเปลี่ยน
ข้อมูลจาก DDproperty ระบุว่า 17% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เลือกผู้พัฒนาโครงการจากภาพลักษณ์ด้านอาคารเขียวและแนวคิดความยั่งยืน เป็นปัจจัยรองจากชื่อเสียงแบรนด์
ที่น่าสนใจยิ่งกว่า46% ของผู้บริโภค “ยอมจ่ายเพิ่ม” เพื่อบ้านหรือคอนโดรักษ์โลกและ 88% ยินดีจ่ายเพิ่ม หากบ้านนั้นช่วยทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เช่น บ้านเย็น บ้านปลอดฝุ่น
3 ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่คนหาบ้านให้ความสำคัญมากที่สุด ได้แก่
- พื้นที่สีเขียวในบ้าน (70%)
- ไลฟ์สไตล์รักษ์โลก เช่น รีไซเคิล อนุรักษ์น้ำ (65%)
- ดีไซน์ยั่งยืน เช่น EV Charger, Solar Rooftop (58%)
นี่ไม่ใช่ “กระแส”แต่คือ “พฤติกรรมผู้บริโภค” ที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างตลาด
บ้านประหยัดพลังงาน จากต้นทุน สู่การลงทุน
คำถามสำคัญคือจะเริ่มอย่างไรให้คุ้มค่าในระยะยาว?
1. เริ่มที่โครงสร้าง เลือกวัสดุกันร้อน
อิฐมวลเบา ฉนวนใต้ฝ้า กระจก Low-Eช่วยลดอุณหภูมิในบ้าน ทำให้แอร์ทำงานน้อยลงต้นทุนเพิ่มวันนี้ แต่ลดค่าไฟได้ทุกเดือน
2. ใช้แสง-ลมธรรมชาติเป็นผู้ช่วย
บ้านทิศเหนือเย็นกว่าทิศตะวันตกต้องมีระแนงหรือผ้าม่าน Blackout
จัดวางช่องลมให้เกิดการถ่ายเทเพิ่มต้นไม้ = ลดความร้อน + เพิ่มคุณภาพชีวิต
3. เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 และระบบ Inverter
เลือกสินค้าประหยัดพลังงานแอร์และตู้เย็น Inverter ช่วยควบคุมการใช้ไฟอย่างมีประสิทธิภาพลดทั้งค่าไฟ และคาร์บอนฟุตพริ้นต์
4. ปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ แต่ผลลัพธ์ใหญ่
ตั้งแอร์ 25–26 องศาถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้ติดไฟเซ็นเซอร์การประหยัดที่ยั่งยืน เริ่มจากวินัยในชีวิตประจำวัน
5. ใช้มิเตอร์ TOU บริหารเวลาใช้ไฟ
มิเตอร์ TOU คิดค่าไฟตามช่วงเวลา
On Peak แพง
Off Peak ถูก
เหมาะกับคนทำงานกลางวัน หรือชาร์จรถ EV ตอนกลางคืนไม่ต้องลดการใช้ไฟ แต่ “ย้ายเวลาใช้” ก็ประหยัดได้
6. Solar Rooftop เปลี่ยนหลังคาเป็นโรงไฟฟ้า
การติดตั้ง Solar Rooftop คือการอัปเกรดบ้านสู่พลังงานสะอาด
ผลิตไฟใช้เอง ลดค่าไฟ ลดการพึ่งพาระบบหลักแม้ต้นทุนเริ่มต้นสูง แต่รัฐให้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท ถึงปี 2571
ยิ่งใช้ไฟกลางวันมาก ยิ่งคืนทุนเร็ว
บ้านจึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัยแต่เป็น “สินทรัพย์ผลิตพลังงาน”
เมื่อการเงินหนุนความยั่งยืน
วันนี้ธนาคารออกสินเชื่อ Green Loanสนับสนุนบ้านประหยัดพลังงานและการรีโนเวทเพื่อประสิทธิภาพพลังงานภาพใหญ่จึงชัดขึ้นเรื่อย ๆ
- ผู้บริโภคต้องการ
- ผู้ประกอบการปรับตัว
- ภาครัฐออกแรงจูงใจ
- สถาบันการเงินเติมทุน
ทั้งหมดกำลังพาอสังหาฯ ไทยเข้าสู่ยุคใหม่





