จากธุรกิจที่เคยขยายพอร์ตด้วยจำนวนโรงแรม วันนี้ “เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท” เลือก ขาย โรงแรม 15 แห่งในสหราชอาณาจักร ทำสถิติกำไรนิวไฮทะลุ 600 ล้าน
บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)หรือ SHR รายงานรายได้รวมปี 2568 ที่ 10,299 ล้านบาทแรงหนุนหลักมาจากโรงแรมในประเทศไทยที่รายได้เติบโตกว่า 21% จากปีก่อนหัวใจสำคัญคือการปรับเพิ่มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR)และการดึงลูกค้ากำลังซื้อสูงเข้าสู่พอร์ตผลลัพธ์คือกำไรสุทธิปรับปรุงแล้ว (Normalised Net Profit) 615 ล้านบาทสูงสุดเป็นประวัติการณ์
คณะกรรมการจึงเสนอจ่ายปันผลรวม 0.070 บาทต่อหุ้นนับเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่บริษัทเคยจ่ายมานี่ไม่ใช่แค่กำไรที่ดีแต่คือ “สัญญาณความมั่นใจ” ต่อผู้ถือหุ้น
กลยุทธ์ลดจำนวน เพื่อเพิ่มคุณภาพ
ปีนี้ SHR ตัดสินใจครั้งสำคัญขายโรงแรม 15 แห่งในสหราชอาณาจักรซึ่งจัดเป็นสินทรัพย์ Non-core แม้ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายด้อยค่าแบบครั้งเดียวแต่คือการยอม “เจ็บสั้น” เพื่อ “โตยาว”
ไมเคิล มาร์แชล ซีอีโอของบริษัท อธิบายชัดว่า จากนี้จะวัดความสำเร็จที่ “Asset Quality”ไม่ใช่ “Asset Quantity” พูดง่าย ๆ คือไม่ได้แข่งกันว่ามีโรงแรมกี่แห่งแต่แข่งกันว่าโรงแรมเหล่านั้นทำกำไรได้ดีแค่ไหนเงินสดที่ได้จากการขายจะนำไปลดหนี้ดอกเบี้ยสูงและหมุนลงทุนในสินทรัพย์ศักยภาพนี่คือ Asset Rotation ตัวจริง
"ปีนี้ยังเป็นอีกหนึ่งปีที่บริษัทฯ ตัดสินใจครั้งสำคัญในการปรับกลยุทธ์ไปสู่การมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับคุณภาพสินทรัพย์ (Asset Quality) ซึ่งวัดจากการสร้างกำไรและผลตอบแทนของพอร์ตโฟลิโอ มากกว่าปริมาณของสินทรัพย์ (Asset Quantity)"
ไม่ว่าจะเป็นจำนวนโรงแรม หรือห้องพักที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของหรือบริหารจัดการ โดยการขายโรงแรม 15 แห่งในสหราชอาณาจักร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและศักยภาพการทำกำไรของพอร์ตโฟลิโอโดยรวมให้สูงขึ้น โดยเงินสดสุทธิที่ได้มาจากการขายในครั้งนี้จะนำไปชำระหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงินที่มีดอกเบี้ยสูง และลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพต่อไป
ไทย–มัลดีฟส์ เครื่องยนต์หลักปี 2569
แนวโน้มปี 2569แรงขับยังอยู่ที่ประเทศไทยและมัลดีฟส์ เดือนมกราคมที่ผ่านมา RevPAR ในไทยโต 8% โดยเฉพาะทราย ลากูน่า ภูเก็ตทำ RevPAR โต 17%พร้อมดัน ADR แตะ 18,574 บาทต่อคืน สูงสุดใหม่ฝั่งมัลดีฟส์RevPAR โต 19%
โรงแรมทราย ลากูน มัลดีฟส์ปรับราคาห้องพักขึ้น 27%สู่ระดับ 512 ดอลลาร์ต่อคืนภาพนี้สะท้อนชัดว่าSHR ไม่ได้โตจาก “จำนวนห้อง”แต่โตจาก “คุณภาพรายได้ต่อห้อง”
เป้าหมายใหม่ EBITDA Margin แตะ 30%
หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญหลังปรับพอร์ตคือการยกระดับ Recurring EBITDA Marginจากระดับ 25-26%สู่เป้าหมาย 27-30%เพราะสินทรัพย์ที่ขายออกไปเคยเป็นตัวถ่วงกำไรสุทธิเมื่อถอดภาระนั้นออกโครงสร้างกำไรจะเบาและแข็งแรงขึ้น
งบลงทุน 3,000–3,500 ล้าน เลือกดีลที่ “คืนทุนไว”
ปี 2569 SHR ตั้งงบลงทุน 3,000–3,500 ล้านบาทเน้นโครงการ Brownfieldหรือสินทรัพย์ที่สามารถเพิ่มมูลค่า (Uplift) ได้เร็ว
แทนการลงทุนใหม่ที่ใช้เวลาสร้างนานนี่คือการจัดพอร์ตแบบมีวินัยทางการเงินในจังหวะดอกเบี้ยโลกยังไม่แน่นอน
จากบริษัทลูก สู่ผู้เล่นโรงแรมระดับโลก
SHR เป็นบริษัทในเครือบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)ตลอดหลายปีที่ผ่านมาบริษัทเติบโตผ่านการถือครองพอร์ตโรงแรมในจุดหมายปลายทางระดับโลกแต่ปี 2568 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ
จากยุค “ขยายพอร์ต”สู่ยุค “คัดพอร์ต”
จากการโตด้วยขนาดสู่การโตด้วยคุณภาพกำไรในโลกธุรกิจโรงแรม
รายได้อาจผันผวนตามฤดูกาลท่องเที่ยวแต่ “วินัยในการบริหารสินทรัพย์”คือสิ่งที่กำหนดความยั่งยืนในระยะยาวและวันนี้ SHR กำลังพิสูจน์ว่าการยอมลดจำนวนอาจเป็นหนทางที่เร็วที่สุดสู่การเพิ่มกำไรอย่างแข็งแกร่งกว่าเดิม





