วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'เศรษฐา' ชี้ไทยป่วยแต่ไม่หนักแนะเร่งเครื่อง FDI ฝ่ามรสุมโลก

'เศรษฐา' ชี้ไทยป่วยแต่ไม่หนักแนะเร่งเครื่อง FDI ฝ่ามรสุมโลก

“เศรษฐา ทวีสิน” สะท้อนภาพเศรษฐกิจไทย “มีไข้” แต่ยังไม่วิกฤติ ท่ามกลางแรงกดดันภาษีสหรัฐ แนะเร่งปฏิรูปกติกา ดึง FDI เร่งแก้หนี้ ปลดล็อกลงทุนสร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศ

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเป็น “ผู้ป่วยแห่งเอเชีย” นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี มองว่า ไทยไม่ได้ป่วยหนักเกินเยียวยา หากแต่กำลังเผชิญอาการเรื้อรังที่ต้องการการรักษาถูกจุดเศรษฐกิจไทยยัง “มีศักยภาพสูงมาก” หากเทียบโครงสร้างพื้นฐาน ความพร้อมภาคบริการ และห่วงโซ่อุปทานที่ฝังรากลึกในภูมิภาค แต่โจทย์สำคัญคือ อัตราการเติบโตที่ยังเป็นรองประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเห็นได้ชัด

"แรงขับเคลื่อนสำคัญอยู่ที่ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งไทยยังเป็นเป้าหมายระดับท็อปของอาเซียน ทว่าโจทย์ท้าทายคือการปลดล็อกคอขวดด้านกฎระเบียบ และเร่งกระบวนการหลังการประกาศลงทุนให้เงินทุนไหลสู่การจ้างงานจริงได้เร็วขึ้น การเมืองที่ชัดเจนขึ้นหลังการเลือกตั้ง และการเดินหน้างบประมาณปี 2569 ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นนักลงทุน"
 

ภาษี “ทรัมป์” ตัวแปรใหม่ เกมการค้าโลก

กรณีข้อเสนอด้านภาษีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุแนวคิดเก็บภาษีในอัตราใกล้เคียงกันทุกประเทศ ต้องพิจารณาในรายละเอียดอย่างรอบคอบ หากอัตราภาษีใหม่อยู่ที่ 10-15% ก็ยังต่ำกว่ากรอบเดิมราว 19% ที่เคยเป็นฐานการเจรจา แต่สาระสำคัญอยู่ที่ “เงื่อนไขและข้อยกเว้น" ซึ่งอาจเปลี่ยนสมการการแข่งขันในภูมิภาคได้ทันที ไทยจึงต้องเกาะติดและเตรียมกลยุทธ์เชิงรุก ไม่ใช่รอรับแรงกระแทก

 เอกชนขอ “เร็วและชัด” สกัดต้นทุนคอร์รัปชัน

เสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจตรงไปตรงมาความรวดเร็วและความชัดเจนเชิงนโยบาย คือปัจจัยตัดสินใจลงทุนในยุคความไม่แน่นอนสูง อีกด้านหนึ่ง “คอร์รัปชัน” ยังเป็นต้นทุนแฝงที่บั่นทอนขีดความสามารถการแข่งขัน เขาย้ำว่าเป็นโจทย์ที่ทุกรัฐบาลต้องจริงจัง เพราะผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาพลักษณ์ แต่ลุกลามถึงต้นทุนทางการเงินและความเชื่อมั่นระยะยาว
 

แม้ไทยยังถูกมองเป็น “Darling” ของนักลงทุนต่างชาติ แต่เสน่ห์ดังกล่าวไม่ใช่สิ่งถาวร หากการเมืองไร้เสถียรภาพ กติกาไม่แน่นอน และโครงสร้างเศรษฐกิจไม่ถูกปรับปรุง

“ไทยมีศักยภาพสูงมาก เพียงแต่ต้องเร่งปลดล็อกคอขวดต่าง ๆ ทำให้การลงทุนง่ายขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดโดยเร็ว”

นายเศรษฐา กล่าวต่อว่า ทางรอดจึงไม่ใช่เพียงการดึงเงินทุนใหม่ แต่คือการ “จัดบ้านตัวเอง” ให้พร้อมรองรับทุนโลกเร็ว ชัด โปร่งใส และปรับตัวทันเทคโนโลยี ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เหมือนคนมีไข้ การรักษาอาจไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ทันที แต่ต้องเริ่มกินยาถูกขนาน ก่อนอาการจะลุกลามเกินควบคุม

สำหรับ 5 ความเสี่ยงใหญ่ เศรษฐกิจไทยปีนี้ ประกอบด้วย 1.หนี้ครัวเรือนเรื้อรัง กดกำลังซื้อในประเทศ 2.ขั้นตอนทำธุรกิจล่าช้า แม้ไทยเป็นเป้าหมายลงทุนหลัก 3.อสังหาฯ ชะลอจากดอกเบี้ยและอัตราปฏิเสธสินเชื่อสูง 4.ความผันผวนเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะนโยบายการค้าสหรัฐและ 5.เสถียรภาพการเมืองภายในที่ต้องรักษาความต่อเนื่องเชิงนโยบาย