“เศรษฐา ทวีสิน” สะท้อนภาพเศรษฐกิจไทย “มีไข้” แต่ยังไม่วิกฤติ ท่ามกลางแรงกดดันภาษีสหรัฐ แนะเร่งปฏิรูปกติกา ดึง FDI เร่งแก้หนี้ ปลดล็อกลงทุนสร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศ
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเป็น “ผู้ป่วยแห่งเอเชีย” นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี มองว่า ไทยไม่ได้ป่วยหนักเกินเยียวยา หากแต่กำลังเผชิญอาการเรื้อรังที่ต้องการการรักษาถูกจุดเศรษฐกิจไทยยัง “มีศักยภาพสูงมาก” หากเทียบโครงสร้างพื้นฐาน ความพร้อมภาคบริการ และห่วงโซ่อุปทานที่ฝังรากลึกในภูมิภาค แต่โจทย์สำคัญคือ อัตราการเติบโตที่ยังเป็นรองประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเห็นได้ชัด
"แรงขับเคลื่อนสำคัญอยู่ที่ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งไทยยังเป็นเป้าหมายระดับท็อปของอาเซียน ทว่าโจทย์ท้าทายคือการปลดล็อกคอขวดด้านกฎระเบียบ และเร่งกระบวนการหลังการประกาศลงทุนให้เงินทุนไหลสู่การจ้างงานจริงได้เร็วขึ้น การเมืองที่ชัดเจนขึ้นหลังการเลือกตั้ง และการเดินหน้างบประมาณปี 2569 ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นนักลงทุน"
ภาษี “ทรัมป์” ตัวแปรใหม่ เกมการค้าโลก
กรณีข้อเสนอด้านภาษีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุแนวคิดเก็บภาษีในอัตราใกล้เคียงกันทุกประเทศ ต้องพิจารณาในรายละเอียดอย่างรอบคอบ หากอัตราภาษีใหม่อยู่ที่ 10-15% ก็ยังต่ำกว่ากรอบเดิมราว 19% ที่เคยเป็นฐานการเจรจา แต่สาระสำคัญอยู่ที่ “เงื่อนไขและข้อยกเว้น" ซึ่งอาจเปลี่ยนสมการการแข่งขันในภูมิภาคได้ทันที ไทยจึงต้องเกาะติดและเตรียมกลยุทธ์เชิงรุก ไม่ใช่รอรับแรงกระแทก
เอกชนขอ “เร็วและชัด” สกัดต้นทุนคอร์รัปชัน
เสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจตรงไปตรงมาความรวดเร็วและความชัดเจนเชิงนโยบาย คือปัจจัยตัดสินใจลงทุนในยุคความไม่แน่นอนสูง อีกด้านหนึ่ง “คอร์รัปชัน” ยังเป็นต้นทุนแฝงที่บั่นทอนขีดความสามารถการแข่งขัน เขาย้ำว่าเป็นโจทย์ที่ทุกรัฐบาลต้องจริงจัง เพราะผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาพลักษณ์ แต่ลุกลามถึงต้นทุนทางการเงินและความเชื่อมั่นระยะยาว
แม้ไทยยังถูกมองเป็น “Darling” ของนักลงทุนต่างชาติ แต่เสน่ห์ดังกล่าวไม่ใช่สิ่งถาวร หากการเมืองไร้เสถียรภาพ กติกาไม่แน่นอน และโครงสร้างเศรษฐกิจไม่ถูกปรับปรุง
“ไทยมีศักยภาพสูงมาก เพียงแต่ต้องเร่งปลดล็อกคอขวดต่าง ๆ ทำให้การลงทุนง่ายขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดโดยเร็ว”
นายเศรษฐา กล่าวต่อว่า ทางรอดจึงไม่ใช่เพียงการดึงเงินทุนใหม่ แต่คือการ “จัดบ้านตัวเอง” ให้พร้อมรองรับทุนโลกเร็ว ชัด โปร่งใส และปรับตัวทันเทคโนโลยี ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เหมือนคนมีไข้ การรักษาอาจไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ทันที แต่ต้องเริ่มกินยาถูกขนาน ก่อนอาการจะลุกลามเกินควบคุม
สำหรับ 5 ความเสี่ยงใหญ่ เศรษฐกิจไทยปีนี้ ประกอบด้วย 1.หนี้ครัวเรือนเรื้อรัง กดกำลังซื้อในประเทศ 2.ขั้นตอนทำธุรกิจล่าช้า แม้ไทยเป็นเป้าหมายลงทุนหลัก 3.อสังหาฯ ชะลอจากดอกเบี้ยและอัตราปฏิเสธสินเชื่อสูง 4.ความผันผวนเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะนโยบายการค้าสหรัฐและ 5.เสถียรภาพการเมืองภายในที่ต้องรักษาความต่อเนื่องเชิงนโยบาย





