เศรษฐกิจซบ หนี้ครัวเรือนสูง สินเชื่อเข้ม สะเทิอนบ้านสร้างเองมูลค่า1.9 แสนล้าน สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ระบุปี68หดตัว 11% ดีมานด์กรุงเทพฯชะลอแห่รุกต่างจังหวัด
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) ประเมินว่า มูลค่าตลาดบ้านสร้างเองทั่วประเทศในปี 2568 จะอยู่ที่ 190,134 ล้านบาท ลดลง 11% จากปีก่อนที่มีมูลค่า 213,360 ล้านบาทสาเหตุ
- เศรษฐกิจชะลอตัว
- หนี้ครัวเรือนยังสูง
- สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
แต่สิ่งที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่ “ตลาดหด”คือ “ตลาดกำลังย้าย” จากกรุงเทพฯสู่ต่างจังหวัด
กรุงเทพฯ ไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป
ในอดีต ตลาดบ้านสร้างเองถูกขับเคลื่อนโดยกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก แต่ปี 2568 ภาพนั้นเริ่มเปลี่ยนชัดเจน
ตลาดบ้านสร้างเองในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
- มีมูลค่า 43,731 ล้านบาท
- หดตัวแรงถึง -16% จากปีก่อน
- มีสัดส่วนเหลือเพียง 23% ของตลาดรวม
สะท้อนว่า กำลังซื้อในเมืองใหญ่ กำลังชะลอตัวมากกว่าที่เคยเป็น
77% ของตลาด อยู่ นอกกรุงเทพฯ
ขณะที่ตลาดต่างจังหวัด แม้จะหดตัวเช่นกัน แต่ลดลงเพียง -9%
คิดเป็นมูลค่ารวม 146,403 ล้านบาทและที่สำคัญคือ
ตลาดต่างจังหวัด ครองสัดส่วนสูงถึง 77% ของตลาดบ้านสร้างเองทั่วประเทศ นี่คือการเปลี่ยนโครงสร้างตลาดอย่างแท้จริง
ใต้–อีสาน ขึ้นแท่นแรงขับเคลื่อนใหม่
หากแยกตามภูมิภาค จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าดีมานด์บ้านสร้างเอง ไม่ได้หายไป แต่กระจายตัว
- ภาคใต้ มูลค่า 34,224 ล้านบาท สัดส่วน 18%
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 32,323 ล้านบาท สัดส่วน 17%
- ภาคเหนือ 30,421 ล้านบาท สัดส่วน 16%
- ภาคตะวันออก 26,619 ล้านบาท สัดส่วน 14%
- ภาคตะวันตก 15,211 ล้านบาท สัดส่วน 8%
- ภาคกลาง 7,605 ล้านบาท สัดส่วน 4%
โดยเฉพาะภาคใต้และอีสาน ซึ่งยังมีฐานความต้องการแข็งแกร่ง
ทั้งจากหัวเมืองท่องเที่ยว และเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค
อนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน อธิบายว่าตลาดต่างจังหวัดได้รับผลกระทบน้อยกว่า เพราะโครงสร้างรายได้และต้นทุนชีวิตไม่ตึงตัวเท่าเมืองใหญ่ขณะที่กรุงเทพฯ ต้องเผชิญทั้งค่าครองชีพสูง ราคาที่ดินแพง และความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจทำให้การตัดสินใจสร้างบ้าน “ถูกเลื่อนออกไป” มากกว่าการยกเลิก
3 มาตรการ ปลดล็อกกำลังซื้อ
อีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดกำลังรอ คือ “การเลือกตั้งใหญ่” เป็น ตัวแปรความเชื่อมั่นซึ่งสมาคมฯ มองว่า จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นความเชื่อมั่นผู้บริโภคและเพื่อเร่งเครื่องหลังตั้งรัฐบาลใหม่
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เตรียมเสนอ 3 มาตรการเชิงรุกต่อภาครัฐ
1. คนละครึ่งภาคอสังหาฯ เสนอให้รัฐร่วมช่วยจ่าย เช่น สนับสนุนค่าวัสดุก่อสร้างบางส่วน หรืออุดหนุนดอกเบี้ยช่วงแรก
เพื่อลดภาระต้นทุนของผู้สร้างบ้าน
2. ต่ออายุลดหย่อนภาษีอีก 2 ปี ขอขยายมาตรการลดหย่อนภาษี จากเดิมสิ้นสุดปี 2568
ออกไปถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
3. ขยายเพดานลดหย่อนค่าก่อสร้าง จากปัจจุบันลดหย่อนได้ 100,000 บาทเสนอขยายเพดานสูงสุดเป็น 500,000 บาท
ให้สอดคล้องกับต้นทุนวัสดุและค่าแรงที่ปรับสูงขึ้นมาก
"ทั้ง 3 มาตรการ ไม่ได้ช่วยแค่คนอยากมีบ้านแต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในห่วงโซ่ก่อสร้างตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง แรงงาน ไปจนถึงธุรกิจท้องถิ่น"
สมาคมฯ ตั้งเป้าว่า หากมาตรการเกิดขึ้นจริงตลาดบ้านสร้างเองจะสามารถประคองมูลค่าไว้ใกล้เคียง 190,000 ล้านบาทท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังรอการฟื้นตัว





