ในวันที่คนไทยจำนวนมากยังเอื้อมไม่ถึงบ้านหลังแรก “คีรี กาญจนพาสน์” กำลังทดลองโมเดลใหม่ เปลี่ยนค่าเช่าที่หายไปทุกเดือน ให้กลายเป็นโอกาสสร้างความมั่นคงในระยะยาว
หลังการเปิดตัวโครงการ “บ้านชาวไทย” เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ล่าสุด คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทบีทีเอส ได้ลงพื้นที่เปิด Sale Gallery โครงการบ้านชาวไทย ภายใต้โครงการ D:CODE บนถนนศรีนครินทร์ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีเอี่ยม
การลงพื้นที่ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงพิธีการ แต่คือการส่งสัญญาณว่าโครงการนี้กำลังเข้าสู่บททดสอบสำคัญการพิสูจน์ว่าแนวคิด “บ้านเพื่อคนส่วนใหญ่” จะเกิดขึ้นได้จริงในโครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบัน
ปัญหาที่อยู่อาศัย ไม่ได้เริ่มจากราคา… แต่เริ่มจากรายได้
คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทบีทีเอส กล่าวว่า ในความเป็นจริง รายได้ของคนไทยจำนวนมากยังไม่มั่นคงพอจะออมเงินก้อนเพื่อซื้อบ้าน หลายคนต้องเลือกเช่าที่อยู่อาศัย หรืออาศัยอยู่กับครอบครัวต่อไป
ทั้งที่ “ที่อยู่อาศัย” ไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ แต่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตครอบครัว ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตในระยะยาว
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “บ้านราคาเท่าไร”แต่คือ “ทำอย่างไรให้คนเริ่มต้นได้ โดยไม่ล้มตั้งแต่ก้าวแรก”
กับดักรายจ่ายสองก้อน ที่ทำให้คนไม่มีวันมีบ้าน
คีรีเล่าว่า คนที่ยังไม่มีบ้าน ต้องจ่ายค่าเช่าเดือนละ 6,000–10,000 บาท ขณะเดียวกัน หากคิดจะซื้อบ้าน ก็ต้องผ่อนดาวน์เพิ่มอีกก้อนนั่นหมายความว่า รายจ่ายหนึ่งความจำเป็น กลายเป็นภาระสองทางพร้อมกันและนี่คือเหตุผลที่หลายคน “ไม่มีวันเริ่มต้น”
เปลี่ยนค่าเช่า ให้กลายเป็นเงินผ่อน
นี่คือแก่นของโครงการ “บ้านชาวไทย”การออกแบบระบบที่ทำให้ค่าเช่าในช่วงเริ่มต้น ไม่สูญเปล่า แต่สามารถเปลี่ยนสถานะเป็น “เงินผ่อน” ในอนาคต
ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถเข้าอยู่อาศัยได้เมื่อโครงการแล้วเสร็จ โดยมีธนาคารเข้ามาสนับสนุนสินเชื่อตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม ช่วยลดแรงกดดันทางการเงินในช่วงตั้งต้นชีวิต
ความเสี่ยงต้องโปร่งใส ไม่ใช่ผลักให้ลูกค้าแบก
หนึ่งในจุดที่โครงการนี้แตกต่าง คือการเปิดทางเลือกให้ผู้สนใจ “ถอยได้” หากคุณภาพจริงไม่เป็นไปตามที่นำเสนอไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้าง การตกแต่ง หรือเฟอร์นิเจอร์หากไม่ตรงตามที่สัญญาไว้ ผู้ซื้อสามารถทบทวนการตัดสินใจได้โดยไม่เกิดภาระผูกพัน
นี่คือการย้ายความเสี่ยงบางส่วนกลับมาที่ผู้พัฒนาโครงการ แทนที่จะผลักทั้งหมดให้ผู้บริโภค
ตัวเลขที่สะท้อนดีมานด์ที่ถูกกดทับ
"แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังไม่เอื้อให้คนตัดสินใจซื้อบ้านง่ายนัก แต่ในเวลาเพียงกว่า 10 วัน มีผู้สนใจลงทะเบียนกว่า 6,000 รายและในจำนวนนี้ ได้รับการพรีแอปพรูฟจากธนาคารแล้วถึง 4,000 ราย
มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ลงทะเบียนทั้งหมดตัวเลขนี้สะท้อนว่า ดีมานด์ไม่ได้หายไปแต่กำลังรอ “โมเดลที่เข้าถึงได้จริง”
บ้านราคาจับต้องได้ แต่คุณภาพไม่ประนีประนอม
“บ้านชาวไทย” ไม่ได้ถูกวางตำแหน่งเป็นเพียงบ้านราคาประหยัด แต่เป็นการออกแบบจากแนวคิด Inside–Out เริ่มจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตจริง
ทุกยูนิตถูกออกแบบให้ใช้งานได้จริง โปร่ง โล่ง ฟังก์ชันครบ วัสดุและเฟอร์นิเจอร์ไม่ใช่ของที่ถูกที่สุด แต่เป็นของที่เหมาะสมกับการใช้งานระยะยาว
พื้นที่ส่วนกลาง = โครงสร้างของชุมชน
พื้นที่ส่วนกลางไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงทางผ่าน แต่เป็นพื้นที่สร้างปฏิสัมพันธ์มีพื้นที่สีเขียว สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ และการออกแบบแบบ Universal Design รองรับทุกช่วงวัย
พร้อมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ระบบเข้า–ออกอัจฉริยะ และการใช้หุ่นยนต์ช่วยดูแล เพื่อลดต้นทุนส่วนกลางในระยะยาว
จากกรุงเทพฯ สู่ต่างจังหวัด
โครงการนี้ไม่ได้หยุดแค่ในเมืองหลวง แต่มีเป้าหมายขยายไปยังต่างจังหวัดโดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานที่จ่ายค่าเช่าเดือนละ 5,000–8,000 บาท แนวคิดคือ เปลี่ยนค่าใช้จ่ายที่หายไปทุกเดือนให้กลายเป็นทรัพย์สินที่สร้างความมั่นคงในอนาคต
บ้านที่ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่คือโอกาส
คีรีทิ้งท้ายว่า หากวันหนึ่งเห็น “บ้านชาวไทย” เกิดขึ้นในพื้นที่ใด
นั่นไม่ได้หมายถึงแค่โครงการอสังหาฯ ใหม่แต่คือโอกาส ความมั่นคง
และคุณภาพชีวิตที่กำลังถูกส่งต่อให้คนในพื้นที่นั้น
“ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า “บ้านชาวไทย” ไม่ใช่โครงการที่เกิดจากการตลาด แต่เป็นโครงการที่เกิดจากความตั้งใจจริง หากวันหนึ่งคุณเห็นโครงการนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ใด นั่นหมายถึงโอกาส ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตที่กำลังถูกส่งต่อไปถึงคนในพื้นที่นั้น”





