3 กูรูชี้อสังหาฯ ปีม้าจากที่ขับเคลื่อนด้วยที่อยู่อาศัย สู่ตลาดที่อาศัยภาคอุตสาหกรรมคลังสินค้า-ดาต้าเซนเตอร์ดาวรุ่ง โรงแรมฟื้นไตรมาสแรกมูลค่าดีลพุ่งหมื่นล้าน
อุตสาหกรรม-คลังสินค้า ยังเป็นพระเอก
ณัฎฐา คหาปนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ กลุ่มอุตสาหกรรม &โลจิสติกส์ ยังคงโดดเด่นที่สุด แม้การซื้อขายที่ดินในพื้นที่ EEC จะเริ่มชะลอตัว หลังมีการเร่งลงทุนในช่วง 2 ปีก่อนแต่ความต้องการโรงงาน คลังสินค้า และที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับสูงสอดคล้องกับบทบาทของไทยในฐานะฐานการผลิต และศูนย์โลจิสติกส์ของภูมิภาค
ในทางตรงกันข้าม ตลาดที่อยู่อาศัยยังเผชิญแรงกดดันจาก
- หนี้ครัวเรือนในระดับสูง
- ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้น
- การคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้เติบโตเพียงราว 1.5%
ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายใหญ่จำนวนมาก "ชะลอ" เปิดโครงการใหม่
โอกาสบ้านมือสอง-รีโนเวท รับดีมานด์จริง
ณัฎฐา มองว่า ในภาวะที่บ้านใหม่มีราคาสูง และทำเลขยับออกนอกเมืองตลาด บ้านมือสองรีโนเวทพร้อมอยู่กลับมีศักยภาพมากขึ้นโดยเฉพาะทรัพย์จากกรมบังคับคดีที่สามารถซื้อได้ต่ำกว่าราคาตลาดประมาณ 10–30% ก่อนนำมาปรับปรุงเพื่อรองรับกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการที่อยู่อาศัยในราคาจับต้องได้
Data Center กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์อสังหาฯไทย
เพ็ญธิดา ศรีสว่าง ผู้อำนวยการ CBRE ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการลงทุน Data Center ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่
- ทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาค
- ความพร้อมด้านระบบไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐาน
- ดีมานด์ดิจิทัลจากพฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมีเดียของคนไทยที่อยู่ในระดับสูง
ปัจจุบัน โครงการ Data Center ในไทยดำเนินการแล้วประมาณ 50%ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการจัดหาที่ดินโดยมีต้นทุนการลงทุนเฉลี่ยราว 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเมกะวัตต์ หรือประมาณ 200–250 ล้านบาท
แนะผู้ประกอบการบริหารสภาพคล่อง
ในภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย เพ็ญธิดาแนะนำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ โดยเฉพาะรายกลาง และเล็กให้ความสำคัญกับการบริหาร Cash Flow มากกว่าการขยายโครงการ สำหรับโครงการแนวราบ ควรแบ่งการพัฒนาเป็นเฟสย่อยเพื่อลดภาระต้นทุนทางการเงิน และสอดคล้องกับจังหวะยอดขายที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่
ขณะเดียวกัน ตลาดสำนักงานกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานองค์กรจำนวนมากย้ายจากอาคารเกรด B/Cไปสู่อาคารเกรด A+ แต่ใช้พื้นที่ลดลงเน้นประสิทธิภาพการใช้งานมากกว่าขนาดพื้นที่
โรงแรมฟื้นจาก BOI& Redevelopment
การัณย์ คานิเยาว รองประธานอาวุโส ฝ่ายบริการลงทุนซื้อขาย กลุ่มธุรกิจโรงแรม JLL ประเทศไทย กล่าวว่า ภาคการท่องเที่ยวและโรงแรมเป็นอีกกลุ่มที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มกลับไปใกล้ระดับก่อนโควิดที่ประมาณ 40 ล้านคน พร้อมความหลากหลายของตลาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ล่าสุดมีการเจรจาซื้อขายโรงแรม 4 แห่งมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการพัฒนาโรงแรมใหม่หากมีจำนวนห้องตั้งแต่ 100 ห้องขึ้นไปสามารถขอรับการส่งเสริมจาก BOI ซึ่งอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 100% ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการขายโครงการต่อในอนาคต
ขณะเดียวกัน เทรนด์ Redevelopment กำลังได้รับความสนใจ โดยการนำอาคารเก่าหรือโกดังในย่านเมืองเก่ามาปรับเป็นโรงแรมบูติกหรือคาเฟ่ใช้เงินลงทุนไม่สูง แต่สร้างกระแสเงินสดได้ในระยะสั้น
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





