วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'บ้านชาวไทย' ทลายกำแพงรายได้เปลี่ยนค่าเช่าเป็น‘ผ่อนค่างวด’

'บ้านชาวไทย' ทลายกำแพงรายได้เปลี่ยนค่าเช่าเป็น‘ผ่อนค่างวด’

ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง ฉุดรายได้ประชาชนชาวไทยไม่วิ่ง ทำให้การเข้าถึง “สินเชื่อ” ยากเย็นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่อยากมีบ้าน! การแจ้งเกิดโครงการ "บ้านชาวไทย" ถือเป็นการรีเซ็ตเกมที่อยู่อาศัย เพิ่มทางเลือกให้คนไทยเป็นเจ้าของสินทรัพย์แห่งชีวิตได้จริง แบบง่ายๆ ด้วยการ “เปลี่ยนค่าเช่า” เป็น “ค่างวดผ่อนชำระ” 

แม้ในวันที่เศรษฐกิจไทยเติบโตช้ากว่าที่ควรจะเป็น รายได้ของคนเมืองจำนวนมากแทบไม่ขยับ สวนทางกับราคาที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะ “คอนโดมิเนียม” ตามแนวรถไฟฟ้า ทำเลเป้าหมายของบรรดากลุ่มคนทำงาน ซึ่งยังคงเดินหน้าปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ในเวลานี้คือ คนรุ่นใหม่ กลุ่มคนเริ่มทำงาน จำนวนมาก ถึงจะมีรายได้ประจำ แต่กลับไม่สามารถซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมได้ “ไม่ใช่” เพราะ ผ่อนไม่ไหวแต่เพราะ “กู้ไม่ผ่าน”

ข้อมูลสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568 สะท้อนภาพนี้ชัดเจนจากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยระดับต่ำกว่า 3 ล้านบาทพุ่งสูงถึงราว 90% ขณะที่ภาพรวมทั้งตลาดยังมี Rejection Rate สูง 50-60% คนจำนวนมากจึงติดอยู่ในวงจร “เช่าอยู่ถาวร” เพราะ “ไม่มีเงินดาวน์” ก้อนใหญ่ และไม่ผ่านเกณฑ์สินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นทุกปี

จาก Pain Point นี้เอง “คีรี กาญจนพาสน์” ประธานกลุ่มบีทีเอส ตัดสินใจกลับมาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกครั้งหลังเว้นวรรคไปกว่า 30 ปี ตีโจทย์จากปัญหา อุปสรรค นำสู่การแจ้งเกิดโครงการ “บ้านชาวไทย”  ซึ่งถูกวางแนวทางชัดเจนไม่ใช่เพื่อคนมีเงินแต่เพื่อคนที่ “อยากมีบ้าน แต่เข้าไม่ถึงระบบ”  โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ First Jobber ผู้มีรายได้จำกัด อาชีพอิสระ และคนทำงานเมือง ที่ใช้ชีวิตจริงบนทำเลจริง
 

ทลายกำแพงการเงิน ตั้งแต่วันแรก

สำหรับ หัวใจหลักของ “บ้านชาวไทย” คือการรื้อสูตรการซื้อบ้านแบบเดิมทั้งระบบ

  •  ไม่ต้องจอง
  •  ไม่ต้องดาวน์
  •  ไม่ต้องผ่อนระหว่างก่อสร้าง
  •  กู้ได้ 100% เมื่อโครงการแล้วเสร็จ

กลไกสำคัญ นั่นคือความร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ปล่อยกู้เท่านั้น แต่เข้ามาเป็น “โค้ชทางการเงิน” ให้กับผู้ที่ไม่เคยมีประวัติสินเชื่อ โดยใช้การออมล่วงหน้า 7-8 เดือน สร้างวินัยและโปรไฟล์ “ผู้กู้” ก่อนยื่นจริงเมื่อถึงวันโอน

ขณะที่ “ค่างวด” ถูกออกแบบให้ใกล้เคียงค่าเช่าห้องขนาด 30 ตร.ม. อัตราผ่อนราว 6,000 บาทต่อเดือน จะเห็นว่า “ค่าเช่า”ที่หายไปทุกเดือนกลายเป็น “ค่างวด” ที่สร้างสินทรัพย์ให้กับผู้ถือครอง

Freehold ราคาเข้าถึงได้ ทำเลรถไฟฟ้า

อีกจุดต่างสำคัญของ “บ้านชาวไทย” คือการขายแบบกรรมสิทธิ์ขาด (Freehold) ไม่ใช่เช่าซื้อ ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.6 ล้านบาทต่อยูนิต  ต่ำกว่าราคาตลาดในทำเลเดียวกันราว 25-30%  ทั้งหมดเกิดจากการใช้แลนด์แบงก์ในเครือ ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนก่อสร้าง และไม่ตั้งเป้ากำไรสูงสุดในเชิงบัญชี เพื่อไม่ให้โครงการกลายเป็นสินค้าที่เน้นทำกำไร

“บ้านชาวไทย” ใช้ระบบจับสลาก1 คนต่อ 1 สิทธิ  เฟสแรกลงทุนราว 25,000 ล้านบาท รวมกว่า 12,000 ยูนิต บน 2 ทำเล คือ ศรีนครินทร์ และคลองหลวง สะท้อนแนวคิดเดียวกัน นั่นคือดึง “เรียลดีมานด์” ที่หายไปให้กลับเข้าตลาด!  โดยไม่ต้องพึ่งพาการเก็งกำไร

 รีเซ็ตสมการอสังหาริมทรัพย์ไทย

“บ้านชาวไทย” อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของทุกคน แต่เป็นหนึ่งในไม่กี่โครงการที่พยายามแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างจริง เมื่อการซื้อบ้านไม่สามารถกระโดดข้ามกำลังรายได้ 

แนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยอาจได้เห็นการฟื้นตัวจาก “คนอยู่จริง” ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนพรีเซลส์ และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของสมการใหม่ในอสังหาริมทรัพย์ไทยที่คำว่า “มีบ้าน” ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมของชาวไทยอีกต่อไป