background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม 2569

Login
Login

เปิดลงทะเบียน ‘บ้านชาวไทย’ ชี้สัญญาณความต้องการมีบ้านคนไทย

เปิดลงทะเบียน ‘บ้านชาวไทย’ ชี้สัญญาณความต้องการมีบ้านคนไทย

แม้ภาวะเศรษฐกิจไทยยังคงผันผวน ค่าครองชีพ ภาระหนี้ครัวเรือนสูง แต่ “ความฝันในการมีบ้าน” ของชาวไทยยังคงมีอยู่! เพราะ “ที่อยู่อาศัย” เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่สำคัญของชีวิต ที่ความต้องการแทบไม่เคยหาย แค่รอโอกาส และจังหวะ! 

หากพิจารณาข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ระบุว่า ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยลดลงทั้งจำนวน (-9.3%) และมูลค่า (-12.4%) แต่นี่ “ไม่ใช่” สัญญาณว่าคนไทยไม่อยากมีบ้าน แต่คือ ภาพสะท้อนว่า “ยังไม่พร้อมซื้อ” จากตัวเลขโอนหดตัว แต่ดีมานด์ฝั่งความสนใจกลับสวนทาง 

 

โดยข้อมูล DDproperty ชี้ว่า ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นถึง 26% (YoY)  เป็นพฤติกรรมแบบ “ยืนดูอยู่ข้างสนาม” คนจำนวนมากยังค้นหา เปรียบเทียบ และรอวันที่เงินในกระเป๋า ดอกเบี้ย และมาตรการรัฐ จะมาบรรจบกัน ซึ่งกว่า 76% ของผู้ตอบแบบสำรวจยังเชื่อมั่นตลาดอสังหาริมทรัพย์ แรงหนุนสำคัญมาจากโปรโมชันผู้ประกอบการ และแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ซึ่งปี 2569 ยังคงเป็นโอกาสทอง!

 ราคาที่คนไทยไหว! ไม่เกิน 5 ล้าน

เมื่อเจาะลึกกำลังซื้อ จะพบว่า 82% ของดีมานด์อยู่ในกลุ่มบ้านระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท กลุ่มมาแรงสุดคือ ระดับราคา 1-3 ล้านบาท คิดเป็น 44% แม้ 36% จะมีเงินออมพร้อมซื้อแล้ว อีก 38% ใกล้ถึงเป้าหมาย แต่คอขวดสำคัญกลับไม่ใช่ราคา…คือ “สินเชื่อ” 
 

ข้อมูลจากธนาคารระบุว่า อัตราปฏิเสธสินเชื่อบ้านยังสูงถึงเกือบ 40% DSR หรือ สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ กลายเป็นกำแพงที่มองไม่เห็น แต่สูงที่สุดในชีวิตการเงินของคนทำงาน

ผลลัพธ์คือ การเติบโตของ Generation Rent 23% เช่าเพราะบ้านแพงเกินไป 20% ยังไม่มีเงินเก็บ แต่ที่น่าสนใจคือ 57% ตั้งใจเช่าไม่เกิน 2 ปี ก่อนกลับมาซื้อ การเช่าไม่ใช่การยอมแพ้แต่คือ การ “พักกำลังซื้อ” ในวันที่เศรษฐกิจยังไม่เป็นใจ

บ้านชาวไทย โปรเจกต์ที่ตอบโจทย์

ท่ามกลางสภาพตลาดที่เต็มไปด้วยแรงเสียดทาน การเปิดลงทะเบียนเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในโครงการ “บ้านชาวไทย” (Baan Chaothai) จึงน่าสนใจไม่น้อย ในวันที่เศรษฐกิจยังผันผวน “บ้านชาวไทย” อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่กำลังสะท้อนคำถามสำคัญว่าถ้าเราปลดล็อก “วิธีซื้อ” ได้ ความฝันเรื่องบ้านของคนไทย…อาจไม่ไกลอย่างที่คิด

แนวคิด “บ้านชาวไทย” มาจากการที่กลุ่ม BTS Group ต้องการลดอุปสรรคในการมีบ้าน ไม่ต้องวางเงินดาวน์ระหว่างก่อสร้าง เริ่มผ่อนชำระเมื่อโอนจริง ห้องพร้อมอยู่ มีเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน 

“เรียกว่า ลดภาระเงินก้อน ซึ่งบ้านชาวไทยจึงพยายามแก้ปัญหาใหญ่ที่สุดของตลาดวันนี้ ไม่ใช่ดีมานด์ แต่คือ การเข้าถึงสินเชื่อ โดยมีพันธมิตรธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เข้ามาแก้ pain point”

สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการชัดเจนการได้รับสินเชื่อ ลดดอกเบี้ย ลดภาษี และค่าธรรมเนียม และยืดระยะเวลาผ่อน บางครั้งอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงเพียงเล็กน้อย อาจเปลี่ยนผู้เช่าให้กลายเป็นเจ้าของบ้านได้ทันที 

ภาพรวมโครงการ “บ้านชาวไทย”

โครงการบ้านชาวไทย  ไอเดียของ คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท บีทีเอส สนับสนุนให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตเพื่อการอยู่อาศัยที่ดีขึ้น โดยการจัดทำโครงการที่พักอาศัยที่มีคุณภาพ ในทำเลที่ดี และในราคาที่เข้าถึงได้ ลดข้อจำกัดในกระบวนการมีบ้าน รวมทั้ง อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินเพื่อให้ทุกคนสามารถมีบ้านได้ง่าย

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือ ระหว่าง บีทีเอส กรุ๊ป กับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่มีพันธกิจพร้อมสนับสนุนการมีบ้านของทุกคน ด้วยการเปิด "โอกาส" ให้คนไทยมีบ้านเป็นของตัวเองได้ง่ายขึ้น

เป้าหมายหลักคือ ทำให้ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงบ้านที่อยู่อาศัยในราคาที่จับต้องได้ โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ระหว่างก่อสร้าง และเริ่มผ่อนเมื่อโอนกรรมสิทธิ์จริง พร้อมการตกแต่งพร้อมอยู่เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากผู้ซื้อ

ทำเล และโครงการที่เปิดให้ลงทะเบียน

ปัจจุบัน “บ้านชาวไทย” เปิดให้ลงทะเบียนแสดงความสนใจ สำหรับ 2 โครงการนำร่อง ได้แก่ โครงการ D:CODE ทำเล ถนนศรีนครินทร์ ใกล้ สถานีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง-ศรีเอี่ยม เนื้อที่โครงการ 42 ไร่ จำนวนอาคารพักอาศัยไม่เกิน 24 อาคาร ไม่ไกลจากระบบขนส่งสาธารณะ รูปแบบเป็นอาคารชุด (Low Rise) สูง 8 ชั้น รวม 4,150 ยูนิต ราคาเริ่มต้น ขนาด 30 ตร.ม. ราคา 1.89 ล้านบาท ขนาด 45 ตร.ม. ราคา 2.85 ล้านบาท ขนาด 60 ตร.ม.ราคา 3.78 ล้านบาท คาดเริ่มก่อสร้างเดือน ก.ย.2569  แล้วเสร็จเดือนธ.ค.2571

และ โครงการ D:CRAFT คลองหลวง จ.ปทุมธานี ทำเล ถนนเทพกุญชร 2 - ถนนเลียบคลองหนึ่ง ใกล้ตลาดไท และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) เนื้อที่โครงการ 115 ไร่ จำนวนอาคารพักอาศัย ไม่เกิน 60 อาคาร รูปแบบเป็นอาคารชุด (Low Rise) สูง 8 ชั้น รวม 7,500 ยูนิต ขายเป็นเฟส  ราคาเริ่มต้นขนาด 30 ตร.ม. ราคา 1.6 ล้านบาท ขนาด 45 ตร.ม. ราคา 2.4 ล้านบาท และขนาด 60 ตร.ม. ราคา 3.2 ล้านบาท เจาะกลุ่มคนทำงานย่านรังสิต และโซนปริมณฑล คาดเริ่มก่อสร้างเดือน ก.ย.2569 แล้วเสร็จเดือนธ.ค.2571

จุดเด่น “ไม่มีดาวน์-เริ่มผ่อนเมื่อโอน”

ผู้ลงทะเบียนไม่ต้องจ่ายเงินดาวน์กับโครงการระหว่างก่อสร้าง (ตามเงื่อนไขของธนาคาร) และเริ่มผ่อนบ้านจริงเมื่อโอนกรรมสิทธิ์กับธนาคารโดยตรงเท่านั้น ซึ่งช่วยลดภาระเงินก้อนแรกของผู้ซื้ออย่างมีนัยสำคัญ 

โดยมียูนิตมีหลายขนาดให้เลือก พร้อมการตกแต่งภายในพื้นฐาน เช่น เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ช่วยให้ซื้อแล้วพร้อมเข้าอยู่จริงโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นจากงบส่วนตัว รายละเอียดอาจแตกต่าง ตามแต่ละยูนิต และแต่ละโครงการ

 "D:CODE" ทำเลเชื่อมต่อสายสีเหลือง

โดยเฉพาะโครงการ “D:CODE” อยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง และเชื่อมต่อเข้าเมืองได้สะดวกมากขึ้น นี่คือ จุดขายสำคัญที่แตกต่างจากโครงการคอนโดมิเนียมทั่วไป

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ http://www.baan-chaothai.com ผู้ลงทะเบียนกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รับทราบ และใช้ประกอบการพิจารณาเครดิตเบื้องต้น ผู้ลงทะเบียนสามารถเลือกแสดงความสนใจได้ 1 โครงการต่อ1 ยูนิต หลังลงทะเบียน ระบบจะแจ้งผลสถานะผ่าน SMS หรือบนเว็บไซต์ พร้อมนัดหมายดูห้องตัวอย่างในช่วงถัดไป

 
 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์