“จระเข้” แบรนด์กาวซีเมนต์ที่ครองตลาดกว่า 55% หลัง34 ปีผ่านร้อนผ่านหนาว วันนี้ "จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์"เข้ามารับไม้ต่อ ท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอ และการแข่งขันที่ดุเดือด
ย้อนกลับไปปี 2535 ตลาดวัสดุก่อสร้างไทยยังขาด “กาวซีเมนต์คุณภาพสูง”กลุ่มเพื่อนพนักงานประจำที่คลุกคลีกับวงการก่อสร้าง เห็นช่องว่างเดียวกัน หนึ่งในนั้นคือ กองกูณฑ์ อรรถสารประสิทธิ์ และ ศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ และเพื่อนๆตัดสินใจร่วมทุนตั้งบริษัท เซอรา ซี-เคียว จำกัดสร้างโรงงานที่จังหวัดสระบุรี นำเข้าเครื่องจักรคุณภาพสูงและเปิดตัวผลิตภัณฑ์กาวซีเมนต์–ยาแนว ภายใต้ชื่อแบรนด์ “จระเข้”
ทำไมต้อง “จระเข้” ? แบรนด์ที่คิดไกลกว่าโลโก้
ชื่อ “จระเข้” ไม่ได้ถูกเลือกเพราะความดุดันแต่เพราะเป็นสัตว์ที่ อายุยืน แข็งแรง และปรับตัวเก่ง จระเข้ยังเป็นสัตว์ที่รักครอบครัวสะท้อนแนวคิดขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับ
- ความรับผิดชอบ
- การดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- และการยืนหยัดท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง
แบรนด์จึงไม่ได้ขายแค่สินค้าแต่ขาย “ความทนทานและความไว้ใจ”
จากเจ้าตลาดกาวซีเมนต์ สู่จักรวาลเคมีก่อสร้าง
ตลอด 34 ปี “จระเข้” ไม่หยุดอยู่แค่กาวซีเมนต์และยาแนวแต่ค่อย ๆ ขยายพอร์ตสู่ เคมีก่อสร้าง สีทาบ้านและตกแต่งผนัง ปี 2560 บริษัทเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัดพร้อมสถานะผู้นำตลาดกาวซีเมนต์–ยาแนวอันดับ 1 ของไทยและเป็นหนึ่งในผู้มีกำลังการผลิตสูงสุดของอาเซียนรายได้เฉลี่ยต่อปีราว 3,000 ล้านบาทสะท้อนความแข็งแรงของธุรกิจที่ผ่านทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ
ส่งไม้ต่อสู่ CEO คนใหม่ ในวันที่เกมยากขึ้น
ปี 2569 ศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ ส่งไม้ต่อให้ “จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์”ขึ้นดำรงตำแหน่ง CEO หลังเข้ามาเตรียมความพร้อมกว่า 2 ปี
ในบทบาทผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมก่อสร้างกว่า 25 ปี เจ้าตัวยอมรับตรงไปตรงมา “นี่ไม่ใช่งานง่าย เพราะเศรษฐกิจชะลอ กำลังซื้อเปราะบาง และการแข่งขันรุนแรง”
เปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร จาก Silo สู่ Agile
โจทย์สำคัญของ CEO คนใหม่คือการ “เปลี่ยนวิธีคิด” ของคนในองค์กรกว่า 1,500 คนที่มีอายุเฉลี่ยสูงถึง 40 ปีจระเข้เดินหน้าปรับสู่ Agile Organization
- ทำงานเร็ว
- ทำงานข้ามสายงาน
- สื่อสารเปิดกว้าง
- ส่งมอบงานที่ใช้งานได้จริงอย่างต่อเนื่อง
แทนระบบ Silo แบบเดิมที่ช้าและซับซ้อนเพื่อให้ทันกับตลาดที่เปลี่ยนทุกวัน
ทีม “ถึก ทน” เบื้องหลังยอดขายชนะยักษ์ใหญ่
พนักงานจระเข้ขึ้นชื่อเรื่องความผูกพันกับองค์กรทำงานเต็มที่ เพราะผู้บริหาร “ลงเล่นจริง”วันนี้บริษัทมีสินค้าใน 3 กลุ่มหลัก
- กลุ่มปูกระเบื้อง ปูน และยาแนว
- กลุ่มเคมีก่อสร้าง
- กลุ่มสี
ภายใต้ 5 แบรนด์หลัก ได้แก่จระเข้, ชาลาวัน, เกรเตอร์, สีจระเข้ และ จระเข้ อีซี่รวมสินค้ากว่า 1,000 รายการพร้อมบริษัทลูกในไทย และเวียดนาม
แม้ตลาดบ้านใหม่ชะลอแต่ตลาดบ้านมือสองกลับคึกคักจระเข้จึงได้เปรียบเพราะสินค้าใช้ได้ทั้งงานสร้างใหม่ งานซ่อม และงานตกแต่งตั้งแต่เจ้าของบ้าน ไปจนถึงผู้รับเหมาโครงการใหญ่นี่คือเหตุผลที่บริษัทตั้งเป้าเติบโตปีละ 10%และทำได้ใกล้เคียงเป้าตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ลดเสี่ยงด้วย CLMV และเดิมพันใหญ่ที่เวียดนาม
อีกเกมสำคัญ คือการขยายตลาดไปCLMVโดยเฉพาะเวียดนาม ที่เศรษฐกิจโตเร็วจระเข้ตั้งสำนักงานใหญ่ที่โฮจิมินห์เจาะงานโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางด่วน รถไฟ และสนามบิน หากยอดขายถึงจุดคุ้มทุนการตั้งโรงงานผลิตในเวียดนาม คือก้าวถัดไป
“จระเข้ อีซี่” นวัตกรรมใหม่ เพื่อฐานลูกค้าใหม่
นอกจากรักษาความเป็นเบอร์หนึ่งจระเข้ยังต้อง “สร้างลูกค้ากลุ่มใหม่”จึงเกิดแบรนด์ จระเข้ อีซี่ภายใต้แนวคิด EASY LIVING MORE LIFESTYLE ช่วยให้ทุกคน “ซ่อมบ้านเองได้ง่ายขึ้น”ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่อยากดูแลบ้านเอง โดยไม่ต้องเป็นช่าง
Beyond Pain Point เกมนวัตกรรมของผู้นำตลาด
เป้าหมายของจระเข้วันนี้ไม่ใช่แค่รักษาส่วนแบ่งตลาดแต่คือการสร้างนวัตกรรมที่แก้ปัญหาในจุดที่ลูกค้า “ยังไม่รู้ตัวว่ามีปัญหา”พร้อมพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในวันที่เศรษฐกิจไม่ง่ายแบรนด์ที่อยู่รอดไม่ใช่แค่แข็งแรงแต่ต้อง “ปรับตัวได้เหมือนจระเข้”





