วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

‘คีรี ’ เจ้าพ่อรถไฟฟ้าส่ง ‘บ้านชาวไทย’ เขย่าตลาดอสังหาฯ รอบ 30 ปี

‘คีรี ’ เจ้าพ่อรถไฟฟ้าส่ง ‘บ้านชาวไทย’ เขย่าตลาดอสังหาฯ รอบ 30 ปี

การกลับมาลงสนามอสังหาริมทรัพย์ครั้งสำคัญของ “คีรี กาญจนพาสน์” หลังเว้นวรรคไปกว่า 3 ทศวรรษ เปิดเกมใหญ่ลงทุน 1 แสนล้านบาท ใน 2 ปี ปูทางโครงการ “บ้านชาวไทย” หวังเปิดประตูการมีบ้านให้คนไทยอีกครั้ง

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท บีทีเอส เปิดเผยว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลงทุน แต่คือ “ภารกิจส่วนตัว” ที่กว่า 30 ปีชื่อของ “คีรี กาญจนพาสน์” โยงกับโครงสร้างพื้นฐานประเทศตั้งแต่รถไฟฟ้า ทางด่วน ไปจนถึงระบบขนส่งมวลชนเมืองใหญ่ 

รวมทั้งปี 2569 กลับมาเขย่าภาคอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง ผ่านโครงการ “บ้านชาวไทย” ที่ยอมรับว่าเป็นความรู้สึกเดียวกับวันที่ตัดสินใจสร้างรถไฟฟ้าเมื่อ 30 ปีก่อน แม้แต่ชื่อโครงการเป็นคนคิดเอง คือ โครงการบ้านชาวไทย เพื่อชาวไทยเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตคนไทย
 

“ผมเห็นคนจำนวนมากอยากมีบ้านในทำเลที่อยู่ได้จริง แต่เข้าไม่ถึง” เป็นการสะท้อนความคิด ย้อนรากเหง้าครอบครัวกาญจนพาสน์ ที่เริ่มต้นจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ยุคบิดา นายมงคล กาญจนพาสน์ ก่อนที่เขาจะหันไปสร้างชื่อในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน

‘คีรี ’ เจ้าพ่อรถไฟฟ้าส่ง ‘บ้านชาวไทย’ เขย่าตลาดอสังหาฯ รอบ 30 ปี

จากโครงการธนาซิตี้สู่บ้านชาวไทย

นายคีรี กล่าวว่า ปี 2568 บริษัทได้รับชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถ และซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้กับ BTS เป็นเงินรวม 36,000 ล้านบาท ทำให้กลุ่มบริษัทพร้อมทั้งด้านฐานะทางการเงิน และศักยภาพการพัฒนาโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมวงกว้างอีกครั้ง

เมื่อมองลึกลงไปในสังคมไทย สิ่งที่พบชัดเจนคือ “ที่อยู่อาศัย” เป็นความต้องการพื้นฐานที่คนจำนวนมากยังเข้าไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสินเชื่อ ราคาที่สูงเกินกำลัง หรือทำเลไม่ตอบโจทย์ชีวิตจริง จึงใช้เวลาราว 3 เดือน ในการคิด และออกแบบโครงการนี้เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยสามารถมีที่อยู่อาศัยในราคาที่จับต้องได้

“หลายปีที่ผ่านมา เมื่อคนซื้อบ้านไม่ได้ ตลาดเช่าจึงเติบโตขึ้นรวดเร็ว ขณะที่ความฝันในการมีบ้านเป็นของตัวเองกลับห่างไกลออกไป”
 

ทั้งนี้ “บ้านชาวไทย” เป็นการลงทุนโดย BTS Group ทั้งหมด ตั้งเป้าใช้เงินรวมกว่า 100,000 ล้านบาท ภายใน 2 ปี ครอบคลุมหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

โครงการในอนาคตอาจมีรูปแบบที่หลากหลายขึ้น ทั้งเพื่อคนรุ่นใหม่ ผู้สูงอายุ หรือบ้านหลังที่สอง ขึ้นกับลักษณะพื้นที่ และความต้องการผู้อยู่อาศัยในแต่ละทำเล แต่เป้าหมายหลักยังคงชัดเจน คือ “เปิดโอกาส” ให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพในราคาจับต้องได้

บ้านผ่อนเท่าค่าเช่า ถูกกว่าตลาด 30%

หัวใจ “บ้านชาวไทย” คือ การลดช่องว่างระหว่างความฝันกับความจริงโครงการ “บ้านชาวไทย” ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “ผ่อนบ้านใกล้เคียงค่าเช่า แต่ได้เป็นเจ้าของ” โดยทำงานร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อช่วยให้ผู้มีรายได้จำกัด เฟิร์สจ็อบเบอร์ และผู้สูงอายุ เข้าถึงสินเชื่อได้จริง

การพัฒนาให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดตั้งแต่การเลือกที่ดิน การออกแบบพื้นที่ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงการเจรจาต้นทุนวัสดุก่อสร้าง เป้าหมายเดียวคือ “ลดราคาโดยไม่ลดคุณภาพ” ทำให้ตั้งราคาขายต่ำกว่าตลาด 30% โดยจะเปิดตัว 2 โครงการนำร่อง มูลค่า 25,000 ล้านบาท จำนวนกว่า 12,000 ยูนิต ประกอบด้วย

1.ทำเลศรีนครินทร์ ภายใต้โครงการ “D:CODE SRI NAKARIN” คอนโดโลว์ไรส์ 8 ชั้น พื้นที่ 42 ไร่ ห่างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีเอี่ยม 300 เมตร 4,150 ยูนิต แบ่งเป็นห้องขนาด 30, 45 และ 60 ตร.ม.จุดขายสำคัญคือ ขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า และไม่ต้องวางเงินดาวน์ อยู่ระหว่างขออนุญาตก่อสร้าง และ EIA คาดเริ่มก่อสร้าง เดือนก.ย.ปีนี้ แล้วเสร็จปลายปี 2571

"ห้องขนาด 30 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท และห้องขนาด 45 ตร.ม. 2.85 ล้านบาท และขนาด 60 ตร.ม. 3.78 ล้านบาท เมื่อเทียบราคาตลาดในทำเลเดียวกัน ถือว่าต่ำกว่าราว 30%”

2.โครงการ D:CRAFT KHLONG LUANG คอนโดโลว์ไรส์ 8 ชั้น บนพื้นที่กว่า 115 ไร่ ในพื้นที่ อำเภอคลองหลวง ปทุมธานี 7,500 ยูนิต ห้องขนาด 45 ตร.ม. เริ่มต้น 1.6 ล้านบาท ขนาด 60 ตร.ม. 3.2 ล้านบาท และเตรียมเปิดโครงการที่ 3 ในกรุงเทพฯ ภายในเดือนมี.ค.นี้

"เชื่อว่าจะมีผู้สนใจจองภายในเวลาไม่นาน อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเพราะเป็นโครงการที่ตั้งใจทำจริง ไม่ได้ทำเพราะเห็นว่าตลาดกำลังดี หรือเพราะราคาที่อยู่อาศัยแพงขึ้น แต่ทำเพราะเห็นว่ามีคนจำนวนมากที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง และยังเข้าไม่ถึง”

ทั้งนี้บริษัทเปิดจองผ่านเว็บไซต์ตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค.2569 เวลา 12.00 น.

‘คีรี ’ เจ้าพ่อรถไฟฟ้าส่ง ‘บ้านชาวไทย’ เขย่าตลาดอสังหาฯ รอบ 30 ปี

เงื่อนไขความสำเร็จ “แลนด์ลอร์ด-คุมต้นทุน”

นายคีรี ระบุว่า ที่ผ่านมามีโครงการลักษณะใกล้เคียงอยู่บ้าง แต่ที่แตกต่างคือ องค์ประกอบโดยรวมทั้งทำเล ราคา คุณภาพ และสิ่งที่แถมให้ โดยมั่นใจว่าเมื่อคนเห็นรายละเอียดจะเข้าใจว่าทำไมราคานี้ถึงเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้โครงการนำร่อง 2 แห่งแรก ใช้ที่ดินของบริษัทในเครือเป็นหลัก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยควบคุมต้นทุน และหากโมเดลนี้ได้รับการตอบรับดีพร้อมเดินหน้าต่อระยะยาว

“มีที่ดินรองรับอีกหลายแห่งทั้งกรุงเทพฯ ชลบุรี โคราช กาญจนบุรี และอีกหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยโครงการถัดไปจะเป็นพื้นที่ ที่มีความต้องการอยู่อาศัยจริง เราไม่คิดจะพัฒนาโครงการในพื้นที่ ที่ไม่มีดีมานด์ เพราะสุดท้ายจะไม่ตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อ และโครงการเอง ปัจจุบันที่ดินในโครงการซิตี้ยังมีอยู่กว่า 200 ไร่ ซึ่งสามารถนำมาพัฒนาในเฟสต่อๆ ไปได้"

อย่างไรก็ตามแผนการขยายโครงการไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นที่ดินของเราเท่านั้น หากมีพันธมิตรหรือเจ้าของที่ดินที่มีแนวคิดเดียวกัน ก็พร้อมร่วมกันพัฒนา

นายคีรี กล่าวว่า เหตุผลที่ตัดสินใจลงทุนในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ เพราะเห็นว่ามีคนกลุ่มใหญ่ที่ต้องการที่อยู่อาศัย แต่ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อให้คนมีโอกาสก่อน โดยไม่ต้องแบกรับภาระตั้งแต่วันแรก 

ทั้งนี้ธนาคารจะดูแลสินเชื่อให้ เมื่อโครงการสร้างเสร็จ ผู้ซื้อจึงเริ่มผ่อนในระดับใกล้เคียงค่าเช่า เช่น ห้องขนาด 30 ตร.ม.หากคำนวณแล้ว ค่างวดราว 5,000-7,000 บาท/เดือน ซึ่งใกล้เคียงค่าเช่าที่อยู่อาศัยในทำเลเดียวกัน 

ย้อนอดีตพัฒนาอสังหาฯ 

นายคีรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาไปใช้ชีวิตต่างประเทศตั้งแต่อายุ 13 ปี และกลับไทยอีกครั้งช่วงอายุราว 30-40 ปี พร้อมประสบการณ์ทำธุรกิจโรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกง โดยสิ่งแรกที่เลือกทำคือ การเดินตามรอยพ่อผู้บุกเบิกธุรกิจอสังหาฯ ควบคู่กับธุรกิจการเงิน และการธนาคาร และเป็นผู้สร้างเมืองทองธานีขึ้นมา

ทั้งนี้ ในช่วงเวลานั้นไม่ได้เลือกสานต่อเมืองทองธานีโดยตรง แต่เริ่มต้นพัฒนา “ธนาซิตี้” ในฐานะเมืองที่อยู่อาศัยเต็มรูปแบบ โดยระบุว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ตัดสินใจลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดไปพร้อมตั้งแต่วันแรก เหตุผลเพียงข้อเดียวคือ ไม่ต้องการให้ผู้อยู่อาศัยต้องเผชิญความไม่สะดวกจากการก่อสร้างในภายหลัง คุณภาพชีวิตของคนที่เข้ามาอยู่อาศัยจึงเป็นโจทย์สำคัญที่สุด

“เมื่อเวลาผ่านไป ผมเริ่มหลงใหลการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการที่ช่วยแก้ปัญหาการจราจรของกรุงเทพฯ ผมนำประสบการณ์จากต่างประเทศมาพัฒนาโครงการรถไฟฟ้า ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นการตัดสินใจที่ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก ด้วยเงินลงทุนเกือบ 50,000 ล้านบาท แม้ต้องเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่ แต่โครงการก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง”

ขณะที่มุ่งทำงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ส่งต่อให้ “กวิน” ลูกชายเข้ามาดูแล โดยใช้แนวทางพัฒนาร่วมลงทุนกับพันธมิตรชั้นนำ เช่น แสนสิริ และอนันดา ซึ่งประสบความสำเร็จหลายโครงการ

ธอส.พร้อมหนุนสินเชื่อ “บ้านชาวไทย”

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า โครงการ “บ้านชาวไทย” จะแก้ปัญหาอุปสรรคการมีบ้าน และเป็นที่อยู่อาศัยที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบอยู่ติดรถไฟฟ้าเดินทางสะดวก

“โดยปกติอสังหาริมทรัพย์ติดกับรถไฟฟ้า จะพัฒนาที่ดินเพื่อหวังกำไรสูงสุด แต่บีทีเอสกรุ๊ปตั้งใจทำโครงการโดยไม่ได้มองเรื่องการสร้างกำไรทางบัญชีเป็นเป้าหมายสูงสุด เพียงต้องการให้คนไทยมีบ้าน จึงเชื่อว่าโครงการนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงจากข้อจำกัดเดิมๆ”

ดร.มหัทธนะ กล่าวว่า จากข้อมูล ธอส.พบว่ากลุ่ม Gen Y ที่ออกมาเริ่มสร้างชีวิต และครอบครัวเป็นกลุ่มประชากรที่มีสัดส่วนสูงสุด และต้องการมีบ้านจึงมั่นใจว่าโครงการนี้จะสำเร็จ เป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในการทำที่อยู่อาศัยเพื่อประชาชนในราคาเข้าถึงได้ โดย ธอส.พร้อมสนับสนุนด้านสินเชื่อแก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านชาวไทยนี้

ซื้อบ้านชาวไทย “ไม่มีเงินดาวน์”

ส่วนการสนับสนุนสินเชื่อโครงการนี้ ธอส.จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านสินเชื่อ วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินสินเชื่อ และออกแบบอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสม ซึ่งจะไม่มีเงื่อนไขการวางเงินดาวน์ แต่จะเป็นการผ่อนชำระเมื่อเข้าอยู่ โดยอัตราดอกเบี้ย ธอส.มีอัตราต่ำที่ 1.54% 

ดังนั้นเกณฑ์กำหนดดอกเบี้ยสำหรับโครงการบ้านชาวไทยก็จะกำหนดประเมิน ณ วันที่ยื่น ซึ่งจะคุ้มค่าเพราะ ธอส.มีคอนเซปต์กำหนดเงินงวดผ่อนจะเทียบเคียงค่าเช่า เพื่อทำให้ลูกค้ามีโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัย

ทั้งนี้ การเข้าถึงสินเชื่อ และความสามารถในการผ่อน จากปัจจุบันมีปัญหาด้านเศรษฐกิจทำให้คนไทยไม่สามารถผ่อนที่อยู่อาศัย และเกิดปัญหาถูกยึดนั้น ธอส.มองว่าถ้าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีคุณภาพ และผู้ยื่นมีคุณสมบัติผู้กู้ที่ดี ธอส.ก็ปล่อยสินเชื่อให้ได้เร็ว

‘คีรี ’ เจ้าพ่อรถไฟฟ้าส่ง ‘บ้านชาวไทย’ เขย่าตลาดอสังหาฯ รอบ 30 ปี

ออกแบบบนแนวคิดศิลปะของที่อยู่

รศ.ดร.เอกพงษ์ ตรีตรง ประธานกรรมการ บริษัท ไอดีล วัน จำกัด กล่าวว่า โครงการบ้านชาวไทยที่จะนำร่อง 2 พื้นที่แรก ออกแบบภายใต้แนวคิด “บ้านชาวไทย” การสร้างการอยู่อาศัยที่ใช้งานง่ายอยู่สะดวกสบาย

ทั้งนี้ ตั้งใจออกแบบด้วยหัวใจ และถ่ายทอดศิลปะที่มีลวดลายเส้นโค้งมนที่พลิ้วไหวดุจเกลียวคลื่น อันเป็นเอกลักษณ์ของภูเขา และสายน้ำ ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างสภาพแวดล้อม ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมือง มอบความอยู่สบายที่มากกว่าการอยู่อาศัย และเปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสคุณค่าของการใช้ชีวิตในทุกมิติอย่างแท้จริง

หลังลงทะเบียนจองสิทธิโครงการบ้านชาวไทยแล้ว จะดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน และทยอยแจ้งผลเพื่อเข้าสู่กระบวนการยื่นขอสินเชื่อต่อไป ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนมี.ค.นี้ หลังจากนั้นจะเปิดตัวบ้านชาวไทยในพื้นที่อื่น อาทิ ที่ดินธนาซิตี้ ที่ดินในจังหวัดชลบุรี จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดกาญจนบุรี


 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์