WHA ชูโมเดล "Green แล้วกินได้" พลิกโฉมธุรกิจสู่ความยั่งยืน ย้ำไม่ใช่ต้นทุนแต่คือ โอกาสสร้างรายได้กว่าพันล้าน
ในงานสัมมนา Sustainability Forum 2026 Shift Forward: Overcoming Challenges จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ วันที่ 4 ธ.ค.2568 ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ "Business Practice & Industrial Sustainability" โดยนำเสนอแนวคิดการเปลี่ยนความยั่งยืนให้เป็นโอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้
นางสาวมณฑิกา เจริญยิ่งวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักความยั่งยืนองค์กร WHA Group กล่าวในหัวข้อ "A Sustainability Base to Support Business Growth" ว่า WHA มีเป้าหมายชัดเจนในการเป็นกำลังสำคัญเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ผ่านการดำเนินธุรกิจ 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ โลจิสติกส์, นิคมอุตสาหกรรม, สาธารณูปโภค และพลังงาน, ดิจิทัล และธุรกิจน้องใหม่อย่าง WHA Mobility
นางสาวมณฑิกา กล่าวถึงวิสัยทัศน์ความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจของ WHA ว่า จะต้องเป็น "Green แล้วกินได้" โดยมองว่าความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุน (Cost) แต่คือ โอกาสทางธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้จริง พร้อมยกตัวอย่าง 3 ธุรกิจสีเขียวที่ประสบความสำเร็จของบริษัท
1. ธุรกิจ Green Mobility (Mobilix) การสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) แบบครบวงจร ทั้งรถเช่าเชิงพาณิชย์ สถานีชาร์จ และแอปพลิเคชันบริหารจัดการ ซึ่งในปี 2030 ตั้งเป้าไว้ที่ 10,000 คันซึ่งจะสามารถช่วยลูกค้าลดต้นทุนเงินลงทุนและต้นทุนในการดำเนินงานกว่า 18,500 ล้านบาท
2.ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) การติดตั้งโซลาร์ให้กับลูกค้าทั้งกลุ่มรีเทล และอุตสาหกรรม ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายกำลังการผลิตรวมสะสมกว่า 1,200 เมกะวัตต์ ภายในปี 2030
3.ธุรกิจบริหารจัดการน้ำ (Water Reclamation) การนำน้ำเสียกลับมาบำบัดด้วยเทคโนโลยี RO เพื่อผลิตเป็นน้ำอุตสาหกรรมคุณภาพสูงจำหน่ายให้โรงงาน ช่วยลดการใช้น้ำจากธรรมชาติได้กว่า 7 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
"ทั้ง 3 ธุรกิจนี้สร้างรายได้รวมกันกว่า 900 ล้านบาทในปี 2024 และคาดว่าจะเติบโตแตะ 1,050 ล้านบาทในปีนี้ พร้อมช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มหาศาล"
ทั้งนี้ WHA Group ตั้งเป้าหมายบรรลุ Net Zero ในปี 2050 โดยมีแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ 2 ให้ได้ 42% ภายในปี 2030 ภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน 5 ด้าน ได้แก่ การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ, ความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม, ธรรมาภิบาล และนวัตกรรม, การเป็นผู้นำเศรษฐกิจสีเขียว และการสร้างพันธมิตรที่ยั่งยืน
นางสาวมณฑิกา ยังกล่าวถึงรายละเอียดในมิติสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น Green Construction การใช้วัสดุก่อสร้างลดคาร์บอนในการก่อสร้างสมัยใหม่ เช่น ปูนไฮดรอลิก และการนำขยะคอนกรีตมาแปรรูปเป็นบล็อกปูพื้น การทำ Circular Economy โครงการร่วมกับพันธมิตร เช่น ร่วมกับ PTTGC แปรรูปขวดพลาสติกเป็นกระเป๋านักเรียน และร่วมกับ SCG Paper แปรรูปกระดาษเก่าเป็นชั้นหนังสือ และการสนับสนุนด้าน Biodiversity การฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงกว่า 200 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรม
นางสาวมณฑิกา กล่าวว่า การพัฒนาความยั่งยืนไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั้งพาร์ตเนอร์ และลูกค้า
"ความยั่งยืน เราไม่ได้มองเป็นต้นทุน แต่มันเป็นการลงทุนที่ในอนาคตจะให้ผลตอบแทนกลับมา และเชื่อว่าทุกธุรกิจสามารถลดต้นทุน สร้างโอกาสใหม่ และเติบโตอย่างยั่งยืนได้เหมือนที่ WHA ทำ" นางสาวมณฑิกา กล่าวทิ้งท้าย
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





