“สรรพสามิต” เตรียมประกาศปรับภาษีบุหรี่อัตราเดียว เข้าครม. ใน 1 เดือน กางแผนปี 69 ปักธงรายได้ 5.78 แสนล้าน เดินหน้าขยายฐานภาษี เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บ เล็งเก็บภาษีความเค็ม-แบตเตอรี่-คาร์บอน พร้อมปลดล็อกเกณฑ์สุราชุมชน
นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตเตรียมปรับปรุงโครงสร้างภาษีบุหรี่ซิกาแรตให้เป็นระบบภาษีแบบอัตราเดียว (Uniform Tax System) เพื่อแก้ปัญหาความลักลั่นด้านราคาที่ทำให้เกิดการทดแทนการบริโภคระหว่างบุหรี่ราคาถูกและแพง และส่วนหนึ่งยังหันไปหาสินค้าทดแทนอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในพิกัดภาษีสรรพสามิต อาทิ บุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งการลักลอบนำเข้า ซึ่งส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้จากภาษีบุหรี่
โดยกรมสรรพสามิตเตรียมสรุปรายละเอียดโครงสร้างภาษีใหม่นี้เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนม.ค. 2569 และประกาศบังคับใช้ทันก่อนรัฐบาลปัจจุบันจะประกาศยุบสภาตามไทม์ไลน์ 4 เดือน เนื่องจากเป็นการปรับแก้กฎกระทรวง ซึ่งไม่ต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาแก้ไขกฎหมายในสภา
ทั้งนี้ สรรพสามิตประเมินว่าหลังจากประกาศเก็บภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียวแล้วจะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดมากนัก เนื่องจากที่ผ่านมา ที่มีการจัดเก็บภาษีตามมูลค่าเป็น 2 อัตรา โดยบุหรี่ที่ราคาขายปลีก ต่ำกว่าซองละ 60 บาท เสียภาษี 20% ส่วนบุหรี่ซองละ 60 บาทขึ้นไป เสียภาษี 40% ส่งผลให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีการปรับตัวไปแข่งขันในการทำราคาขายปลีกให้ต่ำลงเพื่อให้ถูกจัดเก็บภาษีในเทียร์ล่าง
อย่างไรก็ดี คาดว่าการปรับเป็นอัตราภาษีเดียวจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีอิสระในการตั้งราคามากขึ้น โดยไม่ต้องแข่งขันด้านราคาอีก และทำให้รายได้ในการจัดเก็บภาษีบุหรี่ขยายตัวขึ้นด้วย
กางแผนปีงบฯ 69 ปรับโครงสร้างภาษี
นายพรชัย กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 ว่า กรมสรรพสามิตกำลังยกระดับบทบาทจากหน่วยงานจัดเก็บรายได้ (Revenue Collection) สู่การเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG (Environment, Social, Governance) โดยปัจจุบันโครงสร้างรายได้ของกรมฯ สะท้อนทิศทางนี้อย่างชัดเจน แบ่งเป็นภาษีเพื่อสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำมัน รถยนต์ ถึง 57% และภาษีเพื่อสังคม เช่น สุรา, ยาสูบ 43%
ปักธงรายได้ 5.78 แสนล้าน
ในปีงบประมาณ 2569 กรมสรรพสามิตตั้งเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ไว้ที่ 578,200 ล้านบาท และจะขยับขึ้นเป็น 611,220 ล้านบาทในปี 2570 ซึ่งเป็นไปตามแผนการคลังระยะปานกลาง (2570-2573)
"เป้าหมายรายได้ของกรมสรรพสามิตจะเพิ่มขึ้นกว่า 5% ในปีงบประมาณ 2570 ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของจีดีพี ดังนั้นกรมจึงเตรียมแผนยุทธศาสตร์ในการเพิ่มประสิทธิภาพกาารจัดเก็บ"
โดยยึดหลักการบริหารงานภายใต้สมการทางเศรษฐศาสตร์ "รายได้ภาษี = ราคา x ปริมาณ x อัตราภาษี" ซึ่งจะมุ่งเน้นทั้งการขยายฐานภาษีด้วยเทคโนโลยี และการปรับปรุงโครงสร้างภาษีให้ตอบโจทย์ประเทศ
สำหรับมาตรการภาษีที่เตรียมดำเนินการในอนาคต 6 เรื่อง ได้แก่ 1.ภาษีสิ่งแวดล้อม เตรียมขยายฐานสู่ ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) เพื่อรองรับกติกาการค้าโลก (CBAM)
2. ปรับโครงสร้างภาษีแบตเตอรี่ โดยคิดตามวงรอบการชาร์จ (Life Cycle) และค่าพลังงาน เพื่อลดขยะอิเล็กทรอนิกส์
3. ขยายฐานภาษหรือบริการที่ฟุ่มเฟือย
4. การให้สิทธิประโยชน์ภาษีแก่สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำมันรักษ์โลก (SAF)
5. ภาษีสุขภาพ เตรียมจัดเก็บภาษีความเค็ม เพื่อลดปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการบริโภคโซเดียมเกินความจำเป็น
6. ปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ ให้เป็นระบบอัตราเดียว (Uniform Tax System) เพื่อลดความซับซ้อนและอุดช่องโหว่
ขณะที่มาตรการที่ดำเนินการแล้ว ได้แก่ 1.ขยายเวลาลดภาษีสถานบันเทิง ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีกิจการบันเทิงจาก 10% เหลือ 5% เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว เริ่ม 1 ม.ค. 2569
2.สนับสนุน EV ต่อเนื่องนโยบายหนุนยานยนต์ไฟฟ้า 3.การปลดล็อกกฎกระทรวงการผลิตสุราเพื่อรายย่อย มีผลแล้ว 2 ธ.ค. 2568
4.ภาษีน้ำมัน ปรับเพิ่ม 1 บาท/ลิตร มีผลไปแล้วตั้งแต่ พ.ค. 2568
ส่งกฎหมายลูกแนบ พ.ร.บ.ลดโลกร้อน
นายพรชัย กล่าวว่า ภายหลังจากที่ครม. อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. … แล้วเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2568 ซึ่งในหมวด 10 ภาษีคาร์บอน ได้กำหนดให้จัดเก็บโดยกรมสรรพสามิต บนฐานภาษีสินค้าที่ก่อให้เกิดมลภาวะ ซึ่งจะเป็นการจัดเก็บภาษีสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในพิกัดของสรรพสามิตด้วย โดยกรมอยู่ระหว่างการเตรียมจัดทำกฎหมายลูกที่จะสอดคล้องไปกับพ.ร.บ. ด้วย





