วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

'บี ปิโตรไทย' ฉลองวันสิ่งแวดล้อมไทย ดันเทคโนโลยีหอเผาทิ้งไร้ควันดำ สู่ Net Zero

'บี ปิโตรไทย' ฉลองวันสิ่งแวดล้อมไทย ดันเทคโนโลยีหอเผาทิ้งไร้ควันดำ สู่ Net Zero

"บี ปิโตรไทย" ร่วมฉลองวันสิ่งแวดล้อมไทย แนะนำเทคโนโลยีหอเผาทิ้งไร้ควันดำ หนุนอุตสาหกรรมก้าวสู่เป้า Net Zero

กลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย ผู้นำธุรกิจบริการวิศวกรรม ร่วมฉลองวันสิ่งแวดล้อมไทย 4 ธันวาคม นำเทคโนโลยีหอเผาระดับพื้นดินแบบปิด (Enclosed Ground Flare หรือ EGF) ช่วยให้อุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมีไทยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดูแลชุมชนรอบข้าง พร้อมเดินหน้ามุ่งสู่ Net Zero 

หอเผาทิ้งเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่อุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมีใช้เป็นมาตรฐานในการกำจัดก๊าซเหลือทิ้ง หรือก๊าซที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย  ช่วยลดปริมาณสารเคมีอันตรายที่ปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศที่อาจส่งผลให้เกิดภาวะเรือนกระจกหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพของชุมชนใกล้เคียง เป็นหนึ่งในแนวทางจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากลของอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี หอเผาทิ้งแบบ Elevated Flare ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน มีลักษณะเป็นปล่องสูง เปลวและควันจากการเผาทิ้งก๊าซจะปรากฎให้เห็นที่ปากปล่อง ซึ่งสร้างความกังวล และความรำคาญจากแสงรบกวนให้แก่ชุมชนโดยรอบ

หอเผาระดับพื้นดินแบบปิด (EGF) ที่กลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทยนำมาติดตั้งให้แก่ลูกค้า เป็นเทคโนโลยีล่าสุดจาก John Zink  หนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการเผาไหม้ ที่ตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีจุดเด่น 4 ด้านหลัก ได้แก่ ไม่มีควันดำปรากฎให้เห็น 100%  ไม่มีเปลวไฟออกจากปล่อง  ไม่สร้างมลภาวะทางแสงวูบวาบทั้งกลางวันและกลางคืน  และไม่มีเสียงรบกวน รวมถึงลดการสั่นสะเทือนขณะเผาไหม้

จุดเด่นทั้ง 4 ข้อนี้ ทำให้เทคโนโลยี EGF ช่วยให้อุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชนได้มากยิ่งขึ้น ลดความกังวลเรื่องฝุ่น PM2.5  ขับเคลื่อนการดำเนินการสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ Net Zero รวมถึงการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของแต่ละองค์กร

'บี ปิโตรไทย' ฉลองวันสิ่งแวดล้อมไทย ดันเทคโนโลยีหอเผาทิ้งไร้ควันดำ สู่ Net Zero

นายตาม จำนงค์อาษา Managing Partner กลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 45 ปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานของไทย โดยสรรหาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ เปี่ยมนวัตกรรมมาช่วยยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ ตามเจตจำนงของบริษัทที่จะเป็นพันธมิตรด้านนวัตกรรมเพื่อธุรกิจพลังงานไทย การนำเทคโนโลยี EGF มาใช้ เป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญของเราที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมพลังงานของไทยพัฒนาไปอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม และการเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อให้ธุรกิจมีความยั่งยืน

กลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย พร้อมด้วยพันธมิตรได้จัดหาและนำเสนออุปกรณ์ EGF  ให้แก่บริษัทปิโตรเลียมและปิโตรเคมีชั้นนำของไทยมาตั้งแต่ปี 2560  ล่าสุด ได้ติดตั้งให้แก่สถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุด แห่งที่ 1 (LMPT1) จ. ระยอง ของบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ที่ดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดใช้งานเมื่อเร็วๆ นี้

นายตาม กล่าวว่า การเปลี่ยนมาใช้ EGF เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี เนื่องจากมีข้อกำหนดด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม และความเร่งด่วนของทุกภาคส่วนในการร่วมมือกันชะลอหรือลดผลกระทบจากการดำเนินงานที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน  แม้ว่าการเปลี่ยนมาใช้ EGF อาจต้องใช้เวลาในการศึกษาและเตรียมการ แต่นับเป็นเรื่องสำคัญที่ควรเร่งดำเนินการ

กลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย มีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมีก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสู่ความยั่งยืน ด้วยประสบการณ์และคุณค่าทางวิศวกรรม (Value Engineering) ที่กลุ่มบริษัทฯ สะสมมาตลอดกว่า 45 ปี ทำให้สามารถนำเสนอโซลูชั่นที่ใช้งานได้จริง ในงบประมาณที่เหมาะสมและควบคุมได้ มีทีมวิศวกรที่มีความรู้ความชำนาญสามารถวางแผนและดำเนินการติดตั้ง EGF ให้สอดคล้องกับความต้องการหรือข้อจำกัดของแต่ละโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการมีพันธมิตรที่ครบวงจรตั้งแต่เจ้าของเทคโนโลยีชั้นนำในต่างประเทศ ผู้รับเหมาท้องถิ่นที่มีประสบการณ์ ตลอดจนซัพพลายเออร์ที่วางใจได้ ทำให้สามารถส่งมอบโซลูชั่นที่ตรงโจทย์ ครอบคลุมทุกรายละเอียดที่ลูกค้าต้องการ และจบงานได้ในระยะเวลาที่กำหนด

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย ยังมีซอฟต์แวร์พิเศษที่พัฒนาขึ้นเอง ได้แก่  “boonma” ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลทางวิศวกรรม ครอบคลุมการดูแลอุปกรณ์ตั้งแต่ชิ้นเล็กสุดไปจนการเชื่อมต่อระบบอุปกรณ์ทั้งโรงงาน  ทำให้สามารถติดตามและตรวจสอบการใช้งานของอุปกรณ์ได้ทั้งระบบ ขณะเดียวกันลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้อย่างรวดเร็ว มีความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน 

นายตาม กล่าวว่า กลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับการดูแลลูกค้าในฐานะที่เป็นพันธมิตรกับเรา เพราะตระหนักว่าการผลิตที่มีความต่อเนื่อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมพลังงานซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ  เราพร้อมที่จะให้คำแนะนำ เป็นพันธมิตรตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้จนถึงการติดตั้ง EGF จนสมบูรณ์ เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมีของไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้ในอนาคต