วันนี้ (28 พ.ย. 2568) นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี (SCG) กล่าวในงาน Spotlight Day 2025 "New World Order เศรษฐกิจไทยในระเบียบโลกใหม่" หัวข้อ Executive Roundtable/Driving in the Wave of Deglobalization จัดโดย SPOTLIGHT ว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน
ทั้งนี้ สิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งดำเนินการทันทีคือการยกระดับ “ขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness)” ของประเทศ เนื่องจากปัจจุบันภาคธุรกิจกำลังเผชิญแรงกดดันมหาศาลจากการไหลทะลักเข้ามาของสินค้าราคาถูก โดยเฉพาะจากประเทศจีน ประกอบกับสถานการณ์รายได้ที่ลดลงจนไม่ครอบคลุมต้นทุนการดำเนินงาน
ดัน “Green Transition” ลดต้นทุนพลังงาน
นายธรรมศักดิ์ กล่าวย้ำว่า กุญแจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน คือการ “ลดต้นทุนและเพิ่ม Productivity” โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตหลัก โดยเสนอแนวทางปฏิบัติ 4 ประการที่ต้องเร่งทำทันที
1. รุกพลังงานสะอาดเต็มสูบ การติดตั้งโซลาร์เซลล์ถือเป็นวิธีที่ง่ายและคุ้มค่าที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากประเทศไทยมีความได้เปรียบด้านแสงแดด ปัจจุบันสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนของไทยยังต่ำกว่า 15% ซึ่งเอสซีจีมองว่าศักยภาพของไทยสามารถขยับสัดส่วนนี้ขึ้นไปแตะระดับ 30-40% ได้ไม่ยาก
2. Green คือโอกาส ไม่ใช่ต้นทุน ต้องปรับเปลี่ยน Mindset ใหม่ว่า “Green Transition” หรือการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว ไม่ใช่การเพิ่มภาระต้นทุน แต่ในทางกลับกัน คือกลยุทธ์ที่ช่วยให้ “ต้นทุนลดลง” ได้จริง และภาคธุรกิจควรเริ่มลงมือทำทันทีโดยไม่ต้องรอให้ระบบคาร์บอนเครดิตมีความสมบูรณ์ 100
3. ผนวกเทคโนโลยีขั้นสูง ต้องมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยขยายผล (Scale up) เช่น การใช้ เทคโนโลยี Heat Battery เพื่อกักเก็บพลังงานความร้อน หรือการนำ แบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่หมดอายุ มาดัดแปลงเป็นระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ราคาประหยัด เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับระบบพลังงานของประเทศ
4. ดึง SMEs เปลี่ยนผ่านไปด้วยกันผ่านโครงการ “Go Together”
นอกจากนี้ ในขณะที่บริษัทขนาดใหญ่มีความพร้อมในการปรับตัว แต่โจทย์ใหญ่คือบริษัทขนาดเล็ก หรือ SMEs ใน Supply Chain ที่ยังมีความลังเลและไม่มั่นใจถึงจุดคุ้มทุน เอสซีจีจึงได้ริเริ่มโครงการ “Go Together” เพื่อทำหน้าที่พี่เลี้ยง ถ่ายทอดบทเรียนและประสบการณ์จริง ช่วยให้ SMEs สามารถเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียวได้โดยไม่เจ็บตัว หรือทำผิดพลาดซ้ำรอยเดิม
ชูโมเดล “สระบุรี แซนด์บ็อกซ์” แก้โจทย์ซับซ้อน
สำหรับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างหรือปัญหาเชิงระบบที่มีความซับซ้อน (Complex System) นายธรรมศักดิ์ เสนอแนวคิดการทำงานแบบ “เริ่มเล็กไปใหญ่ (Start Small, Scale Fast)” โดยยกตัวอย่างความสำเร็จของโครงการ “สระบุรี แซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox)
โดยโครงการนี้มีเป้าหมายปั้นจังหวัดสระบุรีให้เป็นเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City) โดยเน้นกระบวนการที่มีส่วนร่วมของทุกคน (Inclusive) การเลือกเริ่มจากจุดเล็กๆ (Sandbox) มีข้อดีคือ หากเกิดความผิดพลาด ขนาดของผลกระทบจะยังอยู่ในวงจำกัด สามารถเรียนรู้ ปรับแก้ และถอดบทเรียนได้อย่างรวดเร็ว
"การสร้าง Early Win หรือชัยชนะในระยะเริ่มต้น เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยสร้างโมเมนตัมและความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน เมื่อโมเดลนี้สำเร็จ ก็จะสามารถขยายผล (Scale) ไปใช้ทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ" นายธรรมศักดิ์ กล่าว





