วันนี้ (28 พ.ย. 2568) นายบรรยง พงษ์พาณิชย์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวในการเสวนา Spotlight Day 2025 "New World Order เศรษฐกิจไทยในระเบียบโลกใหม่" หัวข้อ Executive Roundtable/Driving in the Wave of Deglobalization จัดโดย SPOTLIGHT ว่าด้วยทิศทางเศรษฐกิจไทยภายใต้ระเบียบโลกใหม่ว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะเคยเติบโตอย่างคึกคักในยุคโลกาภิวัตน์ (ปี 1985-2020) เฉลี่ยสูงถึง 4.5–5%
โดยประเทศกำลังพัฒนาขยายตัวเร็วกว่าประเทศพัฒนาแล้วถึง 2 เท่า แต่ประเทศไทยกลับได้รับประโยชน์จริงเพียงระยะต้น ระหว่างปี 1985-1997 เท่านั้น หลังปี 2000 เป็นต้นมา ไทยสามารถเติบโตมากกว่าค่าเฉลี่ยโลกเพียง 3 ปี สะท้อนความผิดปกติบางประการในโครงสร้างการพัฒนา
นายบรรยง กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งประเทศมาจาก ความอ่อนแอของโครงสร้างเชิงสถาบัน (Inclusive Institution) โดยตัวชี้วัดสำคัญทั้ง 5 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตย เสรีภาพและคอร์รัปชัน การศึกษา และหลักนิติธรรม ล้วนมีแนวโน้มถดถอยลงทั้งหมด อาทิ Rule of Law Index จากเดิมอันดับ 50 ลดลงมาอยู่ที่ 82 ขณะที่ Corruption Perception Index จากลำดับ 70 ลดลงสู่ 108
สำหรับภาพรวมของปัญหาเชิงสถาบันไทย ประกอบด้วย 1. ประชาธิปไตยไม่จริง 2. ชิงกันโกง 3. ทางโล่ง 4. ทุนใหญ่ไม่ใฝ่การเรียน 5. เซียนคุมศาล ถือซึ่งเป็นชนวนสำคัญที่นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำในระบบ แม้ว่าความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินจะยังไม่สูงนักก็ตาม
นายบรรยง แบ่งโครงสร้างภาคธุรกิจไทยออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. ค้ากับโลก ภาคส่งออกที่ต้องแข่งขันระดับสากล 2. ค้ากับเรา ธุรกิจภายในประเทศ เช่น ธนาคาร โทรคมนาคม และบริการจำเป็น และ 3. ค้ากับรัฐ กลุ่มที่พึ่งพารัฐโดยตรง
“ค้ากับรัฐ รวยสุด เนื่องจากรัฐไทยมีขนาดใหญ่และมีอำนาจกว้าง ทั้งจำนวนข้าราชการกว่า 3.2 ล้านคน และรัฐวิสาหกิจที่มีสินทรัพย์รวมสูงถึง 20 ล้านล้านบาท ซึ่งหลายส่วนยังขาดประสิทธิภาพและเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อคอร์รัปชัน ทั้งนี้ หากต้องการยกระดับการแข่งขันของประเทศ ต้อง ลดขนาด บทบาท และอำนาจของรัฐลง ให้อยู่ในระดับที่จำเป็นและโปร่งใสเท่านั้น"
นายบรรยง ได้กล่าวถึงความล้มเหลวของการปฏิรูปกฎหมายไทยด้วยว่า แม้ประเทศไทยจะมี พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกปี 2559 และแนวทาง Regulatory Guillotine แต่กลับขับเคลื่อนอย่างล่าช้าและไร้ผลจริง เนื่องจากเหตุปัจจัยสำคัญ 4 ประการ คือ
1. ไม่ได้รับการยกเป็น National Agenda 2. ไม่มีหน่วยงานถาวรรับผิดชอบ 3. การแก้กฎหมายต้องขออนุญาตเจ้าของกฎหมายก่อน ซึ่งมักปฏิเสธโดยอ้างว่า “จำเป็นต้องมี” และ 4. คณะกรรมการส่วนใหญ่เป็นนักกฎหมาย ซึ่งมีแนวโน้มจะรักษากฎระเบียบและหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
"หากไม่ปรับปรุงสถาบันและลดความเทอะทะของรัฐ ประเทศไทยจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันต่อเนื่อง และไม่สามารถคว้าโอกาสจากระเบียบโลกใหม่ได้ทันเวลา"





