"จีไอที" เผยส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ 10 เดือนโตพุ่ง 49% แตะเกือบ 23,000 ล้านดอลลาร์ คาดทั้งปีแตะ 8 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 20 ปี พร้อมวางแผนขับเคลื่อนปี 69 เดินหน้า ‘ยกระดับมาตรฐาน’ หนุนไทยสู่ศูนย์กลางอัญมณีโลก
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งสงครามการค้า ความขัดแย้งรัสเซีย–ยูเครน ภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียด และวิกฤตโควิด-19 ที่ฉุดกำลังซื้อทั่วโลก อุตสาหกรรมการค้าส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่ชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแรงลง แต่ท่ามกลางแรงกดดันเหล่านี้ “อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย” กลับโดดเด่นสวนกระแส และยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้เข้าประเทศในระดับสูงติดอันดับ 3 ของไทย
ปี 2568 นับเป็นปีที่อุตสาหกรรมนี้ยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญภาษีทรัมป์ 19% ในตลาดสำคัญอย่างสหรัฐฯ ก็ตาม โดยมีสหรัฐฯ และอินเดียเป็นตลาดส่งออกหลัก พร้อมด้วยสวิตเซอร์แลนด์ ฮ่องกง อิตาลี และสหราชอาณาจักรเป็นตลาดสำคัญรอง
นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ จีไอที (GIT) เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค.–ต.ค.) เติบโตถึง 49% จากปีก่อนหน้า จากมูลค่า 15,416.53 ล้านดอลลาร์ เพิ่มเป็น 22,970.42 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้กลุ่มนี้ยังเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 3 ของประเทศ
หากรวมการส่งออกทองคำ มูลค่ารวมแตะกว่า 7 แสนล้านบาท หรือราว 19% ของการส่งออกทั้งหมด เติบโตขึ้นประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะเดือนต.ค.เพียงเดือนเดียว ทำมูลค่าได้กว่า 35,000 ล้านบาท หรือราว 11,000 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นตัวเลขที่ “น่าเซอร์ไพรส์” อย่างมาก
โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ แม้มีความเสี่ยงเศรษฐกิจ แต่กลับนำเข้าอัญมณีไทยเพิ่มขึ้นถึง 20% ส่วนตลาดจีนแม้บางหมวด เช่น เครื่องประดับเพชร ชะลอตัวจากต้นทุนสูงขึ้น แต่ภาพรวมยังทรงตัวได้ดี
“ปีนี้คาดว่ามูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับจะเข้าใกล้ระดับ 8 แสนล้านบาท สูงกว่าสถิติเดิมกว่า 6 แสนล้านบาท ถือเป็นตัวเลขสูงสุดในรอบกว่า 10–20 ปี” นายสุเมธกล่าว
ทั้งนี้ปี 69 "จีไอที"เตรียมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ด้วยการยกระดับมาตรฐานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและธรรมาภิบาล
โครงการสำคัญที่จีไอทีผลักดัน ได้แก่
- GIT Standard 3001
มาตรฐานการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน - RJC (Responsible Jewellery Council)
มาตรฐานธรรมาภิบาลระดับสากลสำหรับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ - Carbon Footprint for Organization (CFO)
เครื่องมือสำคัญใหม่ช่วยให้ SME วัดผลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ตอบโจทย์เทรนด์โลกด้านความยั่งยืน
ตลอดปีที่ผ่านมา จีไอทีสนับสนุนผู้ประกอบการกว่า 300 ราย เข้าร่วมอบรมด้านมาตรฐาน และคัดเลือก 40 ราย เข้าสู่กระบวนการ Review – Improve – Audit ซึ่งช่วยเตรียมความพร้อมสู่การทำ Internal Audit และเข้าสู่มาตรฐาน RJC อย่างจริงจัง
ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยกว่า 10,000 ราย มีเพียง 107 ราย ที่ผ่านมาตรฐาน RJC เนื่องจากเป็นมาตรฐานที่เข้มงวด และผู้ประกอบการรายเล็กจำนวนมากยังขาดทรัพยากรปรับกระบวนการผลิต อาจเสี่ยงถูกกันออกจาก Supply Chain ในอนาคต
จีไอทีจึงจัดทำข้อเสนอให้ RJC พิจารณายอมรับ “JTI Standard” เป็นมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับผู้ประกอบการ SME ไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ยังสามารถอยู่ในห่วงโซ่อุปทานได้ พร้อมปรับตัวเข้าสู่ RJC อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต โดย RJC รับปากว่าจะนำเรื่องนี้เข้าพิจารณา
อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยยังคงส่งสัญญาณเติบโตโดดเด่น ซึ่งจีไอทียังคงมุ่งสร้างความแข็งแกร่งตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อการเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลกอย่างยั่งยืน





