วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'อรรถพล' กางแผนไฟฟ้ารับลงทุนดาต้าเซนเตอร์ในไทย หลังยอดลงทุนพุ่งกว่า 6 แสนล้าน

'อรรถพล' กางแผนไฟฟ้ารับลงทุนดาต้าเซนเตอร์ในไทย หลังยอดลงทุนพุ่งกว่า 6 แสนล้าน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในหัวข้อ “Data Center พลิกประเทศ” ในงานสัมมนา “Thailand Smart Citty 2026 Data Center พลิกประเทศ” จัดโดยโพสต์ทูเดย์ว่าประเทศไทยมียุทธศาสตร์การดึงดูดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ขนาดใหญ่ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของโลกที่ Data Center และปัญญาประดิษฐ์ (AI) คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ พร้อมยืนยันว่ากระทรวงพลังงานกำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการที่พุ่งสูงขึ้น

“ในอดีตมีการเปรียบเทียบว่า Data คือน้ำมันดิบแต่ปัจจุบันได้มีคำกล่าวใหม่เกิดขึ้นคือ AI คือไฟฟ้าใหม่ (AI is the new electricity) ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้า”นายอรรถพล กล่าว

ทั้งนี้ปัจจุบันความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าของ Data Center ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 1.5% ของความต้องการใช้ไฟฟ้ารวมทั้งโลก ซึ่งเทียบเท่ากับ 1.7 เท่าของปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยทั้งประเทศ และคาดว่าภายในปี 2030 ความต้องการนี้จะเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า หรือเทียบเท่ากับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศญี่ปุ่นทั้งประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานระบุว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกลายเป็นพื้นที่เป้าหมายใหม่สำหรับการลงทุน Data Center แม้ว่าสิงคโปร์จะมีการลงทุนสูงถึง 1,000 เมกะวัตต์ แต่ในเชิงยุทธศาสตร์แล้ว ประเทศไทยมีความได้เปรียบมากกว่าในการรองรับการจัดหาพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว

โดยนักลงทุนรายใหญ่มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เพียงพอ เสถียร เป็นพลังงานสะอาด และมีราคาสมเหตุสมผล โดยผู้ประกอบการรายใหญ่มีเป้าหมายระยะยาวที่จะใช้พลังงานสีเขียวให้ได้เกือบ 40% ภายในปี 2035 และบางบริษัทตั้งเป้าหมาย 100%

ทั้งนี้ประเทศไทยถือว่าอยู่ในช่วงเวลาที่ดีในการดึงดูดการลงทุน Data Center โดยขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการ Data Center ไปแล้วกว่า 30 โครงการ หากมีการลงทุนจริงจะมีมูลค่ารวมกว่าประมาณ 600,000 ล้านบาท

'อรรถพล' กางแผนไฟฟ้ารับลงทุนดาต้าเซนเตอร์ในไทย หลังยอดลงทุนพุ่งกว่า 6 แสนล้าน

“โอกาสนี้ประเทศไทยควรใช้โอกาสนี้ และควรมีข้อต่อรองกับผู้ลงทุน เช่น กำหนดเงื่อนไขเรื่องการพัฒนาบุคลากรในประเทศให้มีทักษะด้าน AI และการจ้างงานในพื้นที่ (local employment) เพื่อเปลี่ยนประเทศจากผู้บริโภคไปเป็นผู้สร้างเทคโนโลยี หรือเป็น "Data Pipeline" และก้าวสู่เศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง (High Value Economy)”นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพลกล่าวต่อว่าการบริหารพลังงานต้องรักษาสมดุลของ 3 ปัจจัย คือ ความมั่นคง ความสะอาดและยั่งยืนและเศรษฐกิจ (Economic) เพื่อให้เกิดผลกระทบสูงและรวดเร็ว รัฐบาลจึงได้ดำเนินโครงการ "Quick Big Win” ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยแบ่งมาตรการหลักด้านพลังงานเป็น 3 ส่วน คือ ส่งเสริมโซลาร์สำหรับประชาชน, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน, และการสร้างความมั่นคงระยะยาวเพื่อรองรับ Net Zero

โดยในส่วนของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ Data Center ได้แก่

  1. ปัญหาคอขวดในพื้นที่เขตบริหารเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งพบว่าคำขอเปิด Data Center กว่า 90% กระจุกตัวอยู่ที่พื้นที่ EEC ปัญหาหลัก ซึ่งตอนนี้ไม่ได้เกิดจากโรงไฟฟ้าไม่พอ แต่เกิดจาก สายส่งและสถานีไฟฟ้าย่อย (Substation) ไม่เพียงพอ จึงได้มีการแก้ไขเร่งด่วน กระทรวงได้จัดสรรเงินที่เหลือจากการไฟฟ้ามาใช้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก่อน 3,000 ล้านบาท ส่วนแผนลงทุนระยะถัดไป คาดว่าจะมีการลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 30,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 3,800 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตามหากนักลงทุนพิจารณาพื้นที่นอก EEC ที่พร้อมจ่ายไฟได้เร็วกว่า เช่น กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ, ปราจีนบุรี, อยุธยา, และสระบุรี ซึ่งมีกำลังของสายส่งและสถานีไฟฟ้าย่อยรองรับอยู่จะทำให้โครงการเดินหน้าได้เร็วกว่า

  1. โครงการสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง ระหว่างผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนเอกชนกับเอกชน (Direct PPA) มาตรการนี้จะปรับปรุงระบบธุรกิจไฟฟ้าให้มีการแข่งขันเสรีมากขึ้น โดยอนุญาตให้กลุ่ม Data Center สามารถเจรจาซื้อขายไฟฟ้ากับผู้ผลิตไฟฟ้าสีเขียวได้โดยตรง โดยใช้สายส่งของการไฟฟ้าและจ่ายเฉพาะค่าผ่านสายส่ง

โดยคาดว่าเกณฑ์จะประกาศใช้ภายในเดือนธันวาคมนี้ และจะนำมาสู่การลงทุนประมาณ 30,000 กว่าล้านบาท สร้างงาน 3,000 ตำแหน่ง และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ 1.6 ล้านตันต่อปี