วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'พิพัฒน์' เตรียมเสนอ ครม. เดือนหน้า เคาะปม 'ไฮสปีดสามสนามบิน'

'พิพัฒน์' เตรียมเสนอ ครม. เดือนหน้า เคาะปม 'ไฮสปีดสามสนามบิน'

“พิพัฒน์” เตรียมประชุม กพอ. ต้นเดือน ธ.ค.นี้ ก่อนเสนอ ครม. เคาะปมปัญหา “ไฮสปีดสามสนามบิน” ชี้ความเห็นอัยการกังวลเรื่องสร้างไปจ่ายไป อาจกระทบวินัยการเงินการคลัง พร้อมเสนอไอเดียเปิด PPP สร้างศูนย์กีฬาครบวงจร ขนาดใหญ่กว่า 1,500 ไร่ หวังดึงแรงงานในพื้นที่มากถึง 3 แสนคน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) โดยระบุว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) รวบรวมข้อมูลเพื่อเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อให้โครงการนี้เดินหน้าก่อสร้าง

อย่างไรก็ดี ในช่วงต้นเดือน ธ.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เพื่อนำข้อเสนอของอัยการสูงสุดที่มีความเห็นต่อการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนเพื่อเดินหน้าโครงการ โดยภายหลังที่ประชุม กพอ.รับทราบแนวทางแล้ว ก็จะมีการเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งเป้าหมายของรัฐบาลต้องการให้โครงการมีแนวทางดำเนินงานที่ชัดเจน ก่อนจะไปดำเนินการในรัฐบาลต่อไป

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการก่อสร้างโครงการไฮสปีดสามสนามบิน รวมไปถึงโครงการเมืองการบินอู่ตะเภา ตนได้มีนโยบายให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และ สกพอ.ศึกษาโครงการพัฒนาศูนย์กีฬาครบวงจรในพื้นที่มากกว่า 1,500 ไร่ เพื่อให้ศูนย์กีฬานี้รองรับการจัดงานกีฬาขนาดใหญ่ งานอีเวนต์ระดับโลก รวมไปถึงเป็นศูนย์กลางสุขภาพ (Medical Hub) ซึ่งคาดว่าโครงการระดับนี้จะสร้างงานจำนวนมาก ทำให้มีแรงงานอาศัยในพื้นที่ 2 – 3 แสนคน

“การสร้างศูนย์กีฬาครบวงจร เป็นพื้นที่รองรับการจัดงานอีเวนต์ และมีบ้านพักนักกีฬา มีสิ่งอำนวยความสะดวก เชื่อว่าจะทำให้มีผู้คนเพิ่มขึ้นในพื้นที่นี้ และเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจที่จะทำให้นักลงทุนส่วนของไฮสปีดเทรน และเมืองการบินเริ่มเดินหน้าโครงการ เพราะมองเห็นถึงความคุ้มค่าจากจำนวนผู้คนที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่มากขึ้น”

รายงานข่าวจาก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า แนวทางแก้ไขปัญหาสัญญาไฮสปีดสามสนามบินจะเสนอให้ ครม.ตัดสินใจภายในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ เพื่อให้ทันในรัฐบาลนี้หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจและมีเหตุจำเป็นต้องยุบสภา โดยรัฐบาลมีเป้าหมายจะต้องได้ข้อสรุปแนวทางดำเนินงานในโครงการนี้ก่อนจะส่งมอบให้กับรัฐบาลต่อไปดำเนินการ ซึ่ง สกพอ.ได้รวบรวมแนวทางตามข้อเสนอของสำนักงานอัยการเพื่อให้ ครม.พิจารณาในประเด็นสำคัญหากมีการแก้ไขสัญญาร่วมทุนปรับเป็นรูปแบบการจ่ายเงินสนับสนุนจากรัฐเป็นสร้างไปจ่ายไปจะกระทบต่อวินัยการเงินหรือไม่