สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่งผลให้มวลน้ำจากเขาคอหงส์ รวมถึงน้ำจากคลองสามสิบเมตรและคลองสายอื่น ๆ ไหลเข้าท่วมถนนทุกสายใจกลางเมือง โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจชั้นใน ร้านค้า บ้านเรือน และชุมชนโดยรอบได้รับผลกระทบวงกว้าง
ร้อยเอก ธรรมนัส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์การระบายน้ำน่าจะช่วยให้สภาพความเดือดร้อนของชาวหาดใหญ่ไม่เลวร้ายมากไปกว่านี้ และคาดว่าน้ำจะเริ่มลดระดับลงเรื่อยๆ ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากนายกเทศมนตรีเมืองหาดใหญ่ว่า ชาวบ้านกว่า 10,000 คนกำลังขาดแคลนอาหาร จึงได้สั่งการกรมชลประทานและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เร่งตั้งโรงครัวช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน
สำหรับการระบายน้ำยังเป็นไปตามปกติ แต่เนื่องจากมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำยังคงท่วมหลายจุดในพื้นที่ ส่วนสภาพของโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เช่น โรงเรียนบ้านคลองหวะ หรือโรงเรียนทวีรัตน์ราษฎร์ตนได้สั่งการไปยัง ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหาร ให้ลงมาช่วยเหลือครูอาจารย์ ผู้ปกครอง และนักเรียน ที่ได้รับผลกระทบโดยด่วนแล้ว
“รัฐบาลภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน และผมในฐานะผู้รับคำสั่งดูแลกรมชลประทาน จะเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลาโดยเร็ว ในส่วนของสัตว์เลี้ยง ผมได้ประสานกรมปศุสัตว์ให้ดูแลเรื่องอาหารแล้ว ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงที่ได้รับผลกระทบต้องมีข้าวกินภายในวันนี้ ผมขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวหาดใหญ่สู้ ๆ และขอยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีไม่ทอดทิ้งพวกท่านอย่างแน่นอน” ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าว
นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้ระดมกำลังสนับสนุนลำเลียงเสบียงทางอากาศ โดยเครื่องบินกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ณ ท่าอากาศยานนราธิวาส เพื่อลำเลียงถุงยังชีพจากองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กว่า 1,000 ชุด ให้กับประชาชน และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติ
โดย ได้สั่งการให้คณะทำงาน และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งกระจายเสบียงสู่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมเร่งส่งของจำเป็นให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ได้แจกจ่ายข้าวกล่อง 300 กล่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุด
สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส มีฝนตกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ทำให้ได้รับผลกระทบ 7 อำเภอ 29 ตำบล 36 ชุมชน 134 หมู่บ้าน 34,036 ครัวเรือน 106,861 คน เสียชีวิต 1 ราย โดยมีสิ่งก่อสร้างได้รับความเสียหาย ได้แก่ บ้านเรือน 2 หลัง โรงเรียน 5 แห่ง มัสยิด 1 แห่ง ถนนชำรุด 5 สาย สะพาน 1 แห่ง คอสะพาน 1 แห่ง ดินถล่ม/ดินสไลด์ 2 แห่ง และจุดอพยพเสียหาย 11 จุด (83 ครัวเรือน 297 คน)
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน สภาพฝน ทั่วประเทศตั้งแต่ต้นปีสูงกว่าค่าปกติ 9% ค่าปกติ 1,524.8 มม. ปริมาณฝน 1,663.0 มม. แบ่งเป็น ภาคเหนือ สูงกว่าค่าปกติ 22% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สูงกว่าค่าปกติ 10% ภาคกลาง สูงกว่าค่าปกติ 10% ภาคตะวันออก สูงกว่าค่าปกติ 6% ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ต่ำกว่า ค่าปกติ 7% และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สูงกว่าค่าปกติ 6% ส่วนปริมาณฝนตก 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาสูงสุด 3 ลำดับ ได้แก่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ปริมาณฝน 419.8 มม. อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ปริมาณฝน 388.4 มม. และ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ปริมาณฝน 381.0 มม. โดยมีปริมาณฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมในบริเวณ ดังกล่าว
รายงานจาก กรมชลประทาน แจ้งว่า สถานการณ์อุทกภัย ณ วันที่ 24 พ.ย. 68 เวลา 07.00 น. จากปริมาณฝนตกหนักและตกสะสมในพื้นที่ ส่งผลให้มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 21 จังหวัด ได้แก่
(1) ยะลา (อ.เมืองยะลา อ.รามัน รวม 700 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.30 เมตร แนวโน้มเพิ่มขึ้น
(2) ปัตตานี (อ.เมืองปัตตานี อ.ยะรัง อ.มายอ อ.โคกโพธิ์ รวม 500 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.10 – 0.40 เมตร แนวโน้มเพิ่มขึ้น
(3) ตรัง (อ.รัษฎา อ.นาโยง อ.ปะเหลียน อ.ย่านตาขาว รวม 1,570 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.20 – 0.60 เมตร แนวโน้มเพิ่มขึ้น
(4) นราธิวาส (อ.บาเจาะ อ.สุไหงปาดี อ.เจาะไอร้อง อ.เมืองนราธิวาส รวม 2,230 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.10 เมตร แนวโน้มเพิ่มขึ้น
(5) สตูล (อ.เมืองสตูล อ.ควนโดน อ.ท่าแพ อ.ละงู รวม 742 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.25 – 0.50 เมตร แนวโน้มเพิ่มขึ้น
(6) พัทลุง (อ.เมืองพัทลุง อ.กงหรา อ.ป่าบอน อ.ควนขนุน อ.ปากพะยูน อ.ป่าพะยอม อ.บางแก้ว อ.เขาชัยสน รวม 297 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.03 – 0.60 เมตร แนวโน้มเพิ่มขึ้น
(7) สงขลา (อ.รัตภูมิ อ.หาดใหญ่ อ.ระโนด อ.กระแสสินธุ์ อ.คลองหอยโข่ง อ.สิงหนคร รวม 19,307 ไร่ 1,830 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.15 – 2.50 เมตร แนวโน้มเพิ่มขึ้น
(8) นครศรีธรรมราช (อ.ชะอวด อ.เมืองนครศรีธรรมราช อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ปากผนัง อ.หัวไทร อ.เชียรใหญ่ อ.พระพรหม อ.ร่อนพิบูลย์ อ.ลานสกา รวม 124,674 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.05 – 0.80 เมตร แนวโน้มทรงตัว
(9) สุราษฎร์ธานี (อ.ท่าฉาง อ.กาญจนดิษฐ์ อ.เคียนซา รวม 13,799 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.10 – 0.20 เมตร แนวโน้มทรงตัว
(10) ลพบุรี (อ.บ้านหมี่ อ.เมืองลพบุรี รวม รวม 163 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.08 – 0.64 เมตร แนวโน้มลดลง
(11) นครราชสีมา (อ.พิมาย รวม 2,860 ไร่ 5 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.25 – 0.35 เมตร แนวโน้มทรงตัว
(12) ชัยนาท (อ.วัดสิงห์ อ.มโนรมย์ อ.เมืองชัยนาท อ.สรรพยา อ.สรรคบุรี รวม 6,464 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.10 – 0.40 เมตร แนวโน้มลดลง
(13) สุพรรณบุรี (อ.บางปลาม้า อ.เมืองสุพรรณบุรี อ.สองพี่น้อง อ.อู่ทอง รวม 113,054 ไร่ 1,576 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.20 – 1.20 เมตร แนวโน้มทรงตัว
(14) สิงห์บุรี (อ.อินทร์บุรี อ.พรหมบุรี อ.เมืองสิงห์บุรี รวม 10,725 ไร่ 7,997 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.10 – 2.80 เมตร แนวโน้มลดลง
(15) อุทัยธานี (อ.เมืองอุทัยธานี รวม 2,471 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.50 – 1.00 เมตร แนวโน้มลดลง
(16) นครปฐม (อ.บางเลน อ.นครชัยศรี อ.สามพราน รวม 3,219 ไร่ 1,588 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.02 – 0.60 เมตร แนวโน้มทรงตัว
(17) พิษณุโลก (อ.พรหมพิราม อ.เมืองพิษณุโลก อ.บางระกำ รวม 5,800 ไร่ 1,755 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.30 – 0.80 เมตร แนวโน้มทรงตัว
(18)อ่างทอง (อ.วิเศษชัยชาญ อ.ป่าโมก อ.ไชโย อ.เมืองอ่างทอง รวม 2,500 ไร่ 4,751 ครัวเรือน) น้ำท่วม สูงเฉลี่ย 0.40 – 1.80 เมตร แนวโน้มทรงตัว
(19) นครสวรรค์ (อ.ชุมแสง อ.เมืองนครสวรรค์ อ.โกรกพระ อ.พยุหะคีรี รวม 1,193 ไร่ 6,814 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.10 – 1.20 เมตร แนวโน้มทรงตัว
(20) พิจิตร (อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพทะเล รวม 7,881 ไร่ 12,620 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.50 – 1.00 เมตร แนวโน้มทรงตัว
(21)พระนครศรีอยุธยา (อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.บางปะอิน อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางไทร อ.บางประหัน อ.บางซ้าย อ.บ้านแพรก อ.ลาดบัวหลวง อ.มหาราช อ.นครหลวง รวม 65,168 ครัวเรือน) น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.20 – 3.50 เมตร แนวโน้มทรงตัว





