วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ส.อ.ท. ชี้คอร์รัปชันดันต้นทุน GDP พุ่ง 48% สู่ฐานฟอกเงิน เสี่ยงถูกหั่นเครดิต

ส.อ.ท. ชี้คอร์รัปชันดันต้นทุน GDP พุ่ง 48% สู่ฐานฟอกเงิน เสี่ยงถูกหั่นเครดิต

ส.อ.ท. ชี้ "คอร์รัปชัน" ดันต้นทุนพุ่ง 48% ของ GDP ทำไทยเสี่ยง ถูกลดเครดิตเรตติ้ง ชี้เป็น ฐานฟอกเงิน และถูกประเทศเพื่อนบ้านแซงหน้า

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ว่า ต้นทุนจากคอร์รัปชันฝังลึกอยู่ในทุกกลไก โดยเฉพาะการประมูลงานภาครัฐ ซึ่งมักมีค่าใช้จ่ายทั้งทางตรง และทางอ้อม การจ่ายสินบนทางตรงในหลายโครงการอาจสูงถึง 20–30% ของมูลค่า แต่ต้นทุนจริงยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อรวมถึง “ต้นทุนแฝง” ในการดำเนินงาน เช่น วัตถุดิบก่อสร้างที่ถูกบิดเบือนราคา

จากข้อมูลสมาคมธนาคารไทยสะท้อนตัวเลขที่น่าตกใจ โดยต้นทุนคอร์รัปชันรวมคิดเป็น 48% ของ GDP เทียบเท่า “เกือบครึ่งหนึ่ง” ของระบบเศรษฐกิจที่หลุดเข้าไปอยู่ในตลาดใต้ดิน ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมผิดกฎหมายตั้งแต่ เว็บพนันออนไลน์ เครือข่ายสแกมเมอร์ ยาเสพติด ไปจนถึงการฟอกเงิน

ประธาน ส.อ.ท. ชี้ว่า ประเทศไทยเคยถูกยกย่องเป็น ดาวรุ่งของอาเซียน ทั้งด้านศักยภาพ โครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมเชิงเศรษฐกิจ แต่คอร์รัปชันที่สะสมมายาวนาน บวกกับระบบราชการล้าหลัง และกฎหมายที่ไม่โปร่งใส ทำให้หลายประเทศ “แซงหน้าเราไปหมดแล้ว”

ประเทศเพื่อนบ้านที่เคยมองไทยเป็นต้นแบบ วันนี้กลับหลีกเลี่ยงไม่เดินตามรอย เพราะเราได้กลายเป็นหนึ่งใน “ฐานฟอกเงิน” ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และอาจติดระดับโลก ขณะที่บางประเทศอย่างเวียดนามเร่งปฏิรูประบบราชการ ลดดุลพินิจ เพิ่มความโปร่งใส เพื่อแข่งขันในยุคใหม่

การลุกลามของคอร์รัปชันแบบ Exponential Growth ทำให้ทั้งคนไทย และนักลงทุนต่างชาติเกิดภาวะ “เบื่อหน่าย” ความเชื่อมั่นเสื่อมถอยอย่างต่อเนื่อง

แม้สถาบันจัดอันดับเครดิตจะประเมินจากฐานะการคลังเป็นหลัก แต่ผลกระทบจากคอร์รัปชันสะท้อนชัดเจนในภาพรวมเศรษฐกิจ หลายสำนักจัดอันดับเครดิตโลกได้ ปรับมุมมองไทยจาก Stable เป็น Negative แล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่า หากไม่เร่งฟื้นภาพลักษณ์ ประเทศอาจถูกลดเรตติ้งในระยะถัดไป

นายเกรียงไกร เตือนว่า หากประเทศยังมีระบบนิเวศที่ไม่โปร่งใส ไทยจะดึงดูดได้เพียงนักลงทุน “สีเทา” หรือ “สีดำ” เท่านั้น ขณะที่นักลงทุน “สีขาว–สีเขียว” ซึ่งแข่งขันด้วยเทคโนโลยี และมาตรฐานสูง จะไม่เลือกลงทุนในประเทศที่กติกาไม่ชัดเจน

“ถ้าปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้ เราจะกลายเป็นที่รองรับนักลงทุนที่ถูกประเทศอื่นไล่ออก” เขาย้ำ พร้อมเสนอว่าต้องส่งสัญญาณชัดว่าไทยต้อนรับเฉพาะนักลงทุนคุณภาพ ไม่ใช่ “ของเสีย” ที่ไหลเข้ามาจากที่อื่น

ต้นเหตุสำคัญของการทุจริตคือ ดุลพินิจที่มากเกินไป และไม่มีมาตรฐาน ของบางหน่วยงานรัฐ ส่งผลให้กฎเกณฑ์ตีความได้หลากหลาย ทำให้ความเสี่ยง และต้นทุนในการทำธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น

ส.อ.ท. เสนอให้เร่งดำเนินการ “กิโยตินกฎหมาย” หรือการปรับปรุงกฎระเบียบให้กระชับ โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมวิจารณ์ว่ากระบวนการตรวจสอบในปัจจุบัน “ไม่มีกรอบเวลา” ทำให้หลายคดีใช้เวลายาวนาน 10–15 ปี ความยุติธรรมจึงกลายเป็น “ความไม่ยุติธรรม” และเป็นส่วนหนึ่งที่หล่อเลี้ยงคอร์รัปชันมานาน

นายเกรียงไกร กล่าวย้ำว่า นี่คือ เหตุผลที่ กกร. และเครือข่ายภาคเอกชนต้องออกมาเร่งรัดการแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบ เพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นของนักลงทุน สกัดความเสี่ยงต่อเครดิตเรตติ้ง และฟื้นภาพลักษณ์ประเทศ ดังนั้น หากไม่ทำตอนนี้ อีกไม่นานจะสายเกินไป

นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า รูปแบบการคอร์รัปชัน ที่เกิดมากที่สุด คือ การเรียกรับสินบน เพื่ออำนวยความสะดวก หากวัดเป็นมูลค่าความเสียหายทางการเงินจากปัญหาคอร์รัปชันปีละไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท แบ่งเป็นคอร์รัปชันจากการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ประเมินปีละ 2- 3 แสนล้านบาท รวมทั้งยังมีปัญหาการทิ้งร้างของโครงการก่อสร้างที่ชนะการประมูลทั่วประเทศมูลค่าความเสียหายประมาณ 1 แสนล้านบาท ที่เหลือเป็นการซื้อขายตำแหน่ง สิทธิสัมปทาน ความสมยอมภาคธุรกิจต่างๆ  

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์