นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 3 ปี 2568 ว่าเศรษฐกิจขยายตัว 1.2% ลดลงจาก 2.8% ในไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อปรับฤดูกาลพบว่า เศรษฐกิจหดตัว 0.6% QoQ ถือเป็นการหดตัวลงไตรมาสต่อไตรมาสครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส สะท้อนแรงส่งที่อ่อนลงในหลายด้าน แม้รวม 9 เดือนแรกยังขยายตัวได้ 2.4% ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม สศช.ยังคงประมาณการเศรษฐกิจในปี 2568 ไว้ที่ 2% โดยมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ และการลงทุนเอกชนจะทำให้เศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ยังคงขยายตัวได้ โดยคาดว่าจะขยายตัวประมาณ 0.6% ส่วนกระทรวงการคลังมีการประเมินว่าจีดีพีจะโตได้ 1.1% ในไตรมาสสุดท้ายเนื่องจากใกล้ข้อมูลมากกว่า เพราะกระทรวงการคลังอยู่ใกล้ข้อมูลภาษี รายได้รัฐ และผลของมาตรการแบบวันต่อวัน จึงอาจเห็นแรงส่งบางอย่างเร็วกว่าฝั่งเรา
“คลังประเมิน Q4 ไว้ว่าจีดีพีจะโต 1.1% อาจจะเพราะอยู่ใกล้ข้อมูลกว่า แต่เรายืนกรอบ 0.6% บนความระมัดระวัง ส่วนมาตรการทางการคลัง รองนายกฯและรมว.คลังเอกนิติก็คงมีการเดินหน้าเต็มที่ โดยผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจจะต้องดูในการแถลงข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาสที่ 4 อีกครั้ง" นางสาวอ้อนฟ้า กล่าว
ทั้งนี้การที่ สศช.ประเมินจีดีพีไตรมาสที่ 4 ที่ 0.6% ไม่ใช่เพราะมองเศรษฐกิจแย่กว่า แต่เพราะเราต้องอิงข้อมูลที่มีหลักฐานครบถ้วน ณ วันที่ตัดยอด และหลายมาตรการของรัฐเพิ่งเริ่มเดินงานจริง หรือยังไม่เริ่ม จึงยังไม่สะท้อนในแบบจำลอง แต่ถ้ามาตรการเร่งตัวและเบิกจ่ายได้เร็ว เศรษฐกิจจริงมีสิทธิออกมาดีกว่ากรณีฐานของเรา และมีโอกาสเข้าใกล้ตัวเลข 1.1% เช่นที่คลังประเมินไว้
“ไตรมาส 4 ของปีนี้จะต้องขยายตัวไม่ถึง 1% หากต้องการให้จีดีพี ทั้งปีโตที่ 2% ตามสมมติฐานที่ประเมินไว้กลไกแบบจำลองคำนวณว่าไตรมาส4 น่าจะอยู่ราว 0.6% แต่ย้ำว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่ามาตรการรัฐบาลไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ เพราะหลายมาตรการที่รัฐบาลประกาศยังไม่เริ่มดำเนินการจริง และยังมีมาตรการใหม่ทยอยออกมาอีกในช่วงปลายปี”นางสาวอ่อนฟ้า กล่าว
เมื่อถามว่ามีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยเชิงเทคนิคหรือไม่ เลขาธิการ สศช.กล่าวว่าตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าไทยเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค เพราะข้อมูลเพียง 1 ไตรมาสยังไม่เพียงพอ ต้องดูร่วมกันทั้งด้านการคลัง การเงิน และกิจกรรมเศรษฐกิจจริง ซึ่งตัวเลขสุดท้ายทั้งปีจะประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ และจะบอกเราชัดเจนที่สุด
"ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าไทยเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค เพราะข้อมูลเพียง 1 ไตรมาสยังไม่เพียงพอ ต้องดูร่วมทั้งด้านการคลัง การเงิน และกิจกรรมเศรษฐกิจจริงก่อนว่าข้อมูลและตัวเลขจะออกมาอย่างไร"
คาดปี 69 จีดีพีโต 1.7%
สำหรับ แนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2569 สศช.คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตในกรอบ 1.2–2.2% (ค่ากลาง 1.7%) แต่ยอมรับความเสี่ยงสำคัญ คือผลกระทบจากมาตรการกีดกันการค้าของสหรัฐฯ การชะลอตัวของการค้าโลก ภาระหนี้ภาคเอกชนสูง และความไม่แน่นอนทางการเมืองช่วงก่อน–หลังการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาการค้ากับประเทศคู่ค้าสำคัญ เดินหน้าและได้ผล จะช่วยลดแรงกระแทกต่อการส่งออกปีหน้าได้มาก
“การเจรจาการค้ากับสหรัฐถือว่ามีความสำคัญมาก และจะมีผลต่อเศรษฐกิจในปีหน้าอย่างชัดเจน การที่รัฐบาลเดินหน้าเรื่องนี้ต่อเนื่องถือว่ามีความสำคัญมาก และต้องมีการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องในเรื่องของการป้องกันสินค้าสวมสิทธิ์ และการระบุถิ่นกำเนิดสินค้าให้มีความชัดเจน” นางสาวอ้อนฟ้า กล่าว
นางสาวอ้อนฟ้า ยังตอบคำถามเรื่องแรงส่งเศรษฐกิจ โดยยอมรับว่าแรงส่งจากการส่งออกปีนี้ อาจไม่ต่อเนื่องถึงปีหน้า แต่ยังมีตลาดใหม่ที่ไทยสามารถขยายได้ เช่น เอเชียใต้ แอฟริกา อินเดีย ซึ่งยังมีศักยภาพสูง และภาคเอกชนไทยเริ่มเข้าไปลงทุนและขยายการส่งออกมากขึ้น เธอย้ำว่า ต้องเร่งตลาดใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดหลักที่มีความเสี่ยงสูง
เลขาธิการ สศชซในด้านนโยบายการคลังการเร่งจัดทำงบประมาณปี 2569 เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการล่าช้างบประมาณที่ผ่านมา ทำให้การเบิกจ่ายลงทุนหายไปเกือบทั้งปี การเร่งทำงบปีหน้าและกรอบงบที่สูงขึ้น จะทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเร็วขึ้น โดยเฉพาะภาครัฐที่เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญต่อการก่อสร้าง การลงทุน และการจ้างงาน





