“ธ.ก.ส.“ เตรียมแนวทางแก้หนี้เกษตรกร ทำ AMC in house ชี้สินเชื่อภาคเกษตรมีความซับซ้อน มีหลักประกันเป็นที่มาของรายได้ เตรียมเสนอกลไกบริหารหนี้ในที่ประชุมบอร์ดปลายเดือนพ.ย. ก่อนสรุปกลุ่มเป้าหมาย
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า มาตรการแก้ปัญหาหนี้ภาคเกษตรของ ธ.ก.ส. จะดำเนินการในรูปแบบ AMC in House โดยไม่ได้เป็นการตั้งหน่วยงาน AMC ขึ้นมาใหม่ แต่เป็นการบริหารจัดการภายในภายใต้กรอบอำนาจที่ ธ.ก.ส. มีอยู่
โดยจะมีการนำเสนอแผนการดำเนินงานนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการธนาคาร (บอร์ด) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ภายในสิ้นเดือน พ.ย.นี้ และอาจมีบางส่วนที่ต้องขอความเห็นชอบเพิ่มเติมจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)
นายฉัตรชัย กล่าวว่า แนวทางการแก้ปัญหาหนี้ภาคการเกษตรจะไม่เหมือนรูปแบบการโอนหนี้เสีย (NPL) ไปให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) บริหารจัดการ เพื่อตัดหนี้กลุ่มดังกล่าวออกจากระบบเหมือนที่ธนาคารพาณิชย์ทำได้ เนื่องจากสินเชื่อภาคการเกษตรนั้นมีลักษณะที่แตกต่างออกไปในหลายมิติ ได้แก่
1. ลักษณะของสินเชื่อ เกษตรกรขอสินเชื่อตามรอบการเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งผลผลิตแต่ละชนิดมีรอบไม่เท่ากัน และเกษตรกรหนึ่งรายไม่ได้ปลูกสินค้าเกษตรชนิดเดียว ดังนั้นลูกค้าของธ.ก.ส. 1 ราย จะมีการขอสินเชื่อหลายบัญชี จึงไม่สามารถโอนหนี้เสียออกไปเพื่อปิดจบหนี้ได้ แต่จะเป็นลักษณะที่เข้าไปช่วยลดภาระการผ่อนจ่ายหนี้
2. ลักษณะของหลักทรัพย์ค้ำประกัน สำหรับสินเชื่อเกษตรกรนั้น มีการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันที่เป็นแหล่งสร้างรายได้ เช่น ที่ดินเพื่อการเกษตร ซึ่งหากมีการยึดหลักทรัพย์ดังกล่าว เกษตรกรก็จะขาดความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งแตกต่างจากสินเชื่อทั่วไป เช่น สินเชื่อบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต ที่หลักทรัพย์ไม่ใช่แหล่งสร้างรายได้
สำหรับแผนที่จะนำเสนอบอร์ด เบื้องต้นจะมีการกำหนดรูปแบบโครงสร้างและกลไกในการดำเนิน จากนั้นจะมีการพิจารณาและคัดกรองว่าหนี้กลุ่มใดบ้างที่ควรนำเข้าสู่กระบวนการแก้หนี้ ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยในการผ่อนปรน ลดภาระหนี้ และขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ให้ตัวเบาขึ้นและกลับมาทำมาหากินต่อไปได้
“การพิจารณากลุ่มหนี้ ซึ่งอาจรวมถึง หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) หนี้เรื้อรัง (Persistent Debt) หรือกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป ซึ่งขณะนี้หลายบัญชียังอยู่ระหว่างการพักชำระหนี้ ทั้งหนี้ที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน“
ทั้งนี้ มาตรการต่างๆ เพื่อการช่วยเหลือจะถูกจัดกลไกและแนวทางที่เหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลือกใช้แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ที่เหมาะสม ซึ่งมุ่งเน้นที่การ ลดภาระ ให้เกษตรกรฟื้นตัวได้
รายงานข่าวเปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ได้ให้ ธ.ก.ส.ดำเนินการจัดตั้งบริหารสินทรัพย์ขึ้นมา โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดการหนี้ในลักษณะเดียวกับการแก้หนี้ครัวเรือนทั่วไป แต่ปรับให้เข้ากับพฤติกรรมเฉพาะของกลุ่มเกษตรกรซึ่งจะมุ่งเป้าไปที่การแก้ไขหนี้ของเกษตรกรที่เป็นหนี้เสียประมาณ 100,000 คน มีมูลค่าหนี้รวม 7,000-8,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกลุ่มหนี้คนตัวเล็กตัวน้อยในภาคเกษตรกร





