วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘คนละครึ่งพลัส’ เฟสถัดไป รัฐบาลจะเติมเงินอีกเท่าไร? เมื่องบประมาณมีอยู่จำกัด

‘คนละครึ่งพลัส’ เฟสถัดไป รัฐบาลจะเติมเงินอีกเท่าไร? เมื่องบประมาณมีอยู่จำกัด

เจาะงบ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 เดิมพัน 4,000 บาท ให้กลุ่มตกสำรวจ ความท้าทายเดินหน้าโครงการ กับงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด รัฐบาลจะหาเงินจากไหน?

โครงการ "คนละครึ่งพลัส" หนึ่งในห้าเสาหลักนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ “Quick Big Win” ของรัฐบาลได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และสร้างบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีให้กลับมาคึกคัก สร้างเม็ดเงินสะพัดล่าสุด ณ วันที่ 13 พ.ย.2568 กว่า 35,857 ล้านบาท

คำถามที่ดังที่สุดในขณะนี้คือ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 จะมาเมื่อไหร่ และรัฐจะเติมเงินให้อีกเท่าไร ท่ามกลางโจทย์ใหญ่คือ "งบประมาณมีจำกัด"

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างการจัดเตรียม โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนอย่างต่อเนื่องในเดือนม.ค.2569 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ตกสำรวจ ที่ไม่สามารถเข้ามาร่วมโครงการในเฟสแรก หรือรับสิทธิที่รัฐบาลให้คนละ 2,000 บาท ไม่ทัน ให้สามารถเข้ามาร่วม โครงการคนละครึ่งพลัส ในเฟสถัดมาได้ โดยรัฐบาลจะเพิ่มเงินให้เป็นคนละ 4,000 บาท 

"ถ้าใครตกสำรวจคนละครึ่งพลัส เฟสแรก ก็ให้รอคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ไปสมัครใหม่ เดิมทีให้คนละ 2,000 บาท ก็ให้เป็นคนละ 4,000 บาท เพื่อไม่ให้ตกค้าง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพราะเงินนี้เป็นเงินงบประมาณที่รัฐบาลได้เตรียมไว้ให้เผื่ออยู่แล้ว" นายอนุทิน กล่าว

‘คลัง’ รับนโยบาย ชี้อยู่ระหว่างพิจารณางบฯ

กระทรวงการคลัง ได้ออกมายืนยันความพร้อมในการดำเนินการตามนโยบาย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรีแล้ว ทั้งนี้การดำเนินการใน เฟส 2 จะต้องกลับมาพิจารณาเรื่องของงบประมาณ ซึ่งมีวิธีการจัดสรรเพื่อนำมาดำเนินโครงการต่อได้แน่นอน รวมถึงกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะดำเนินการควบคู่กันไปด้วย

ด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 นั้นขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ว่าจะให้วงเงินเท่าไร และให้กี่สิทธิ ซึ่งรัฐบาลต้องตัดสินใจว่างบประมาณในการดำเนินการเฟส 2 จะต้องใช้เท่าไร และจัดสรรมาจากส่วนใด

“ทั้งนี้กระทรวงการคลัง ได้เตรียมโมเดลรูปแบบการทำคนละครึ่งพลัสเฟส 2 จากข้อมูลที่มีอยู่ ซึ่งสุดท้ายแล้วการตัดสินใจขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล โดยคาดว่าจะมีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนธ.ค.68 เพื่อให้เริ่มใช้จ่ายต่อเนื่องในเดือนม.ค.69”

นายลวรณ กล่าวย้ำว่า โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 จะเป็นการค้นหารอบเก็บตก ซึ่งหากพบว่าเป็นกลุ่มเปราะบาง หรือผู้มีรายได้น้อยนั้น เข้าข่ายเกณฑ์คุณสมบัติผู้มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็จะเปิดให้กลุ่มดังกล่าวลงทะเบียนบัตรสวัสดิการรอบใหม่เลย ซึ่งเปิดสมัครช่วงต้นปี 2569 ควบคู่กันไปด้วย

สำหรับโครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ยังคงยึดหลักการที่ไม่ซ้ำซ้อนกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการฯ จะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้ เนื่องจากเป็นคนละแนวคิดกัน เพราะโครงการคนละครึ่งกำหนดให้ประชาชนต้องมีเงินร่วมจ่าย (Co-pay) ซึ่งผู้ยากจนที่เหมาะสมกับบัตรสวัสดิการฯ อาจไม่มีเงินในส่วนนี้

“อย่างไรก็ตามเรายังไม่ทราบว่ากลุ่มที่ยังไม่ได้เข้าร่วมมีอยู่กี่คนแน่ เพราะบางรายอาจไม่ได้ต้องการเข้าร่วมโครงการตั้งแต่แรก อาทิ กลุ่มที่มีประวัติการยื่นแบบภาษีเองก็ไม่ได้เข้าร่วมทั้งหมด“

แหล่งเงินดำเนินโครงการ

ทั้งนี้ สำหรับงบประมาณ ที่จะนำมาใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ตามหลักการงบประมาณ สามารถนำงบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน และจำเป็นเร่งด่วนปี 2569 วงเงิน 9.8 หมื่นล้านบาท ที่ไม่มีรายการกำหนดเฉพาะเจาะจง ใน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ซึ่งโดยปกติเป็นวงเงินที่เก็บไว้ใช้ในกรณีภัยพิบัติ ทั้งนี้ในรายละเอียดนั้นจะต้องหารือกับสำนักงบประมาณอีกครั้ง

สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัสในเฟสแรก รัฐบาลมีการให้เงินสมทบเพื่อร่วมจ่าย (Co-Pay) ครึ่งหนึ่งแต่ไม่เกิน 200 บาทต่อวัน โดยแบ่งเป็นให้ผู้ที่มีประวัติยื่นแบบภาษี 2,400 บาท และผู้ที่ไม่อยู่ในระบบภาษี 2,000 บาท รวมทั้งหมด 20 ล้านสิทธิ ใช้งบประมาณในการดำเนินโครงการทั้งหมด 44,000 ล้านบาท 

โดยได้รับจัดสรรมาจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ 25,000 ล้านบาท ซึ่งเดิมรัฐบาลก่อนหน้าตั้งไว้เพื่อทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต และอีกส่วนจากงบกลาง รายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน และจำเป็นเร่งด่วนปี 2569 วงเงิน 19,000 ล้านบาท

รายงานผลเฟสแรก ตอบรับคึกคัก

รายงานข่าวจาก กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการวันที่ 29 ต.ค.-13 พ.ย.2568 ณ เวลา 23.00 น. พบว่ามียอดการใช้จ่ายสะสมสูงถึง 35,857.2 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบว่าเป็นการใช้จ่ายจากส่วนของประชาชนอยู่ที่ 18,161 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่ายซึ่งอยู่ที่ 17,695 ล้านบาท

โดยมีจำนวนผู้ได้รับสิทธิที่ใช้วงเงินอุดหนุนจากรัฐบาลหมดแล้วกว่า 626,036 คน ขณะที่มีผู้ที่ถูกตัดสิทธิจากโครงการเนื่องจากใช้จ่ายครั้งแรกไม่ทันตามเงื่อนไขที่กำหนด 239,731 คน ซึ่งถือว่าในภาพรวมผลตอบรับของผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 98.8% 

ร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ และผ่านการตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 922,491 ร้านค้า ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางเอาไว้ และยังเปิดรับสมัครร้านค้าเข้าร่วมโครงการได้ต่อเนื่องไปจนถึงวัน 19 ธ.ค.2568 พร้อมรองรับการใช้จ่ายของประชาชนจนถึงสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 ธ.ค.2568

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์