ท่ามกลาง สถานการณ์น้ำท่วม ภาคเหนือ ที่กำลังไหลลงสู่ภาคกลาง และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หน่วยงานรัฐ และภาคอุตสาหกรรมเร่งยกระดับการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เสี่ยง
ซึ่งเป็นแหล่งการผลิตสำคัญของประเทศ และมีความห่วงกังวลจากฝ่ายต่างๆ ว่าอาจเกิดผลกระทบเช่นเดียวกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ทั้งต่อภาคการผลิต และการเดินทางของแรงงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการ และนักลงทุน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จึงประกาศมาตรการเต็มรูปแบบป้องกันอุทกภัยทุกเวลาพร้อมรับสถานการณ์ใกล้ชิด
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำชับให้ กนอ. เร่งดูแล และควบคุมมาตรการป้องกันน้ำท่วมในทุกนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศอย่างเคร่งครัด เนื่องจากยังมีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมสำคัญในภาคกลางที่ตั้งอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกจับตาเป็นพิเศษจากสถานการณ์น้ำเหนือที่กำลังไหลลงมา
จากข้อมูล ณ วันที่ 13 พ.ย.2568 พบว่า ระดับน้ำรอบนิคมฯ ในพื้นที่เสี่ยงยังอยู่ในภาวะปกติ และอยู่ใน “ระดับการเตือนภัย 1” ได้แก่
1. นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง ระดับน้ำห่างจากแนวคันดินป้องกันน้ำท่วม 3.73 เมตร
2. นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า ระดับน้ำฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาห่างคันดิน 1.90 เมตร และระดับน้ำที่จุดตรวจวัดรอบเขื่อนห่างคันดิน 2.19 เมตร
3. นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ระดับน้ำฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาห่างคันดิน 2.22 เมตร และระดับน้ำที่ประตูน้ำคลองจิกห่างจากระดับถนนอุดมสรยุทธ์ 2.77 เมตร
ทั้ง 3 นิคมฯ เป็นพื้นที่ กนอ. เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ และได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อรองรับอุทกภัย ประกอบด้วย
- การตรวจสอบ และบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน 100%
- การพร่องน้ำในพื้นที่แก้มลิง และพื้นที่รับน้ำภายในนิคมฯ ให้อยู่ระดับต่ำสุดตลอดเวลา เพื่อรองรับน้ำฝนที่อาจตกเพิ่ม
- การติดตามข้อมูลสภาพอากาศ และอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง
- การเตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่จากภายนอกเป็นกำลังเสริม
- การซ้อมแผนฉุกเฉินรองรับอุทกภัยเป็นประจำ
- การกำหนดเกณฑ์เฝ้าระวัง หากปริมาณน้ำฝนในนิคมฯ เกิน 120 มิลลิเมตร ต้องรายงานต่อผู้ว่าการ กนอ. ทันที
"ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น มาจากหากมีปริมาณฝนที่ตกหนักเพิ่มขึ้น และปริมาณการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนพระรามหก โดยปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์ปกติที่ไม่เกิน 3,500 ลบ.ม./วินาที หากมีการปล่อยปริมาณน้ำมากขึ้นจากระดับนี้จะยกระดับการเฝ้าระวัง ซึ่งในปัจจุบันเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เฝ้าระวังข้างต้นยังมีความสามารถในการรองรับ"
นายสุเมธ กล่าวย้ำว่า พื้นที่นิคมฯ ในอยุธยา ทั้งบางปะอิน บ้านหว้า และนครหลวง ได้สร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมแล้ว 100% และจัดเตรียมระบบป้องกันในสถานการณ์ฉุกเฉินไว้อย่างรัดกุม ทั้งการระดมเครื่องสูบน้ำ การประสานหน่วยงานท้องถิ่น และการสื่อสารรายงานสถานการณ์ให้ผู้ประกอบการทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับนักลงทุน และภาคอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม แม้ระดับน้ำท่วมจากพื้นที่ภาคเหนือจะส่งผลให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลว่าน้ำอาจจะท่วมเข้าสู่นิคมฯ ที่ตั้งอยู่ในอยุธยา แต่ กนอ. ยืนยันว่าทุกนิคมฯ มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และมีระบบป้องกันที่เข้มแข็ง โดยหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ได้มีการลงทุนสร้างเขื่อนกั้นน้ำที่สูงจากระดับพื้นดินถึง 4 เมตร ทำให้มั่นใจว่าน้ำไม่สามารถเข้าท่วมพื้นที่นิคมฯ ได้
อีกประเด็นที่ กนอ. ให้ความสำคัญ คือ ผลกระทบต่อบุคลากรในการเดินทางเข้าทำงานในหลายโรงงานภายในจังหวัด ซึ่งเป็นห่วงว่าระดับน้ำในบางพื้นที่อยู่อาศัยหรือเส้นทางจราจรอาจท่วมขัง กนอ. จึงประสานกับผู้ประกอบการ และหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อจัดการรองรับกรณีจำเป็น และลดผลกระทบต่อแรงงานให้มากที่สุด
นอกจากนี้ สำหรับพื้นที่นิคมฯ บางปู จ.สมุทรปราการ ขณะนี้ไม่มีปัญหาน้ำท่วมขัง ไม่มีน้ำไหลล้นเข้าพื้นที่ แต่ยังคงเฝ้าระวังเพราะมีความเสี่ยงน้ำท่วม หากมีปริมาณน้ำฝนสะสมมากกว่า 100 มม. และน้ำในคลองสาธารณะรอบนิคมที่สูงขึ้น ก็อาจไหลหลากเข้าพื้นที่
ทั้งนี้ กนอ. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เตรียมการพร่องน้ำในบ่อรับน้ำฝนเพื่อรองรับปริมาณน้ำ และเตรียมความพร้อมของเครื่องสูบน้ำที่มีอัตรากำลังการสูบน้ำที่ 101,140 ลบ.ม./ชั่วโมง เพื่อสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่นิคมฯ ให้ทันท่วงที
สถานการณ์น้ำท่วมปีนี้แม้จะทำให้หลายฝ่ายกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ข้อมูลล่าสุด แสดงให้เห็นว่าระดับน้ำยังอยู่ในภาวะปกติ และต่ำกว่าระดับเสี่ยงอย่างมาก ขณะที่มาตรการป้องกัน และระบบเขื่อนที่พัฒนาใหม่หลังปี 2554 ช่วยเสริมความมั่นใจได้อย่างมีนัยสำคัญ
ซึ่งการที่ กนอ. ยืนยันความพร้อมเต็มร้อยทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องสูบน้ำ และแผนฉุกเฉิน เพื่อคุ้มครองภาคการผลิตและนักลงทุน พร้อมเฝ้าระวังใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายอย่างสมบูรณ์
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





