วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

'ธนกร' รับมือราคาตก-ต้นทุนพุ่ง 400 บาทต่อตัน จ่อชงครม.อุ้มชาวไร่อ้อย

สอน. ลุยมาตรการช่วยชาวไร่อ้อย รับมือราคาตก–ต้นทุนพุ่ง ดันตัดอ้อยสด เพิ่มรายได้เกาตรกร สู่เป้าหมาย 0% อ้อยเผา "ธนกร" รับชาวไร่อ้อยแบกต้นทุนสูงกว่าราคาขายจริงเฉลี่ย 400 บาทต่อตัน จ่อชงมาตรการช่วยเหลือเข้าครม.เร็วๆ นี้ 

KEY POINTS

  • ธนกร รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่าชาวไร่อ้อยกำลังประสบปัญหาราคาขายตกต่ำเหลือเพียงตันละ 900 บาท สวนทางกับต้นทุนการผลิตที่สูงถึง 1,358 บาทต่อตัน
  • เกษตรกรยังต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการปฏิบัติตามมาตรการลดฝุ่น PM2.5 ตามนโยบายของภาครัฐ
  • กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอแผนมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโดยเร็ว
  • มาตรการช่วยเหลือจะครอบคลุมทั้งด้านการเงิน, การส่งเสริมเทคโนโลยี และการสร้างแรงจูงใจให้เปลี่ยนไปสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย ภายหลัง ราคาน้ำตาลในตลาดโลกลดลงต่อเนื่อง ว่ากระทรวงฯ ได้หารือร่วมกับ นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เพื่อวางแนวทางบรรเทาผลกระทบและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย

“ต้นทุนการปลูกอ้อยปัจจุบันอยู่ที่ราว 1,358 บาทต่อตัน แต่ราคาขายเฉลี่ยเหลือเพียง 900 บาทต่อตัน ขณะเดียวกันเกษตรกรยังต้องรับภาระต้นทุนเพิ่มจากการปฏิบัติตามมาตรการลดฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นนโยบายสิ่งแวดล้อมที่ภาครัฐขอความร่วมมือในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมเห็นว่ารัฐบาลจำเป็นต้องเร่งให้ความช่วยเหลือ” นายธนกร กล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงฯ เตรียมเสนอแผนมาตรการช่วยเหลือเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็ว ๆ นี้ โดยแนวทางดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งด้านการเงิน การส่งเสริมเทคโนโลยี และการสร้างแรงจูงใจให้ชาวไร่อ้อยเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของ กระทรวงอุตสาหกรรม คือการรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติรายได้เกษตรกร สิ่งแวดล้อม และความสามารถแข่งขันในตลาดโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการ สอน. กล่าวยืนยันว่า ฤดูการหีบอ้อยปีการผลิต 2568/2569 คาดว่า จะมีอ้อยเข้าหีบประมาณ 93 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.9% จากปีก่อน เนื่องจากฝนตกดีและกระจายตัวทั่วถึง แต่ราคาข้างต้นลดลงเหลือเฉลี่ย 917 บาทต่อตัน จาก 1,060 บาทในปีก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน สอน. ได้กำหนด 6 มาตรการหลักลดการเผาอ้อยและแก้ปัญหา PM2.5 มุ่งเป้าหมาย “อ้อยไฟไหม้ 0%” ในฤดูการผลิต 2568/69 ได้แก่

1. การบังคับใช้กฎหมายจำกัดอ้อยเผาไม่เกิน 10% ของทั้งฤดูและหยุดรับอ้อยช่วง 27 ธ.ค.–4 ม.ค.

2. สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำปีละ 2,000 ล้านบาท รวม 6,000 ล้านบาท เพื่อจัดหาเครื่องจักรกลเกษตร

3. มาตรการเงินอุดหนุนจูงใจเกษตรกรที่ส่งอ้อยสดสะอาด 100%

4. สร้างมูลค่าเพิ่มจากใบและยอดอ้อยผ่านโรงไฟฟ้าชีวมวล

5. รณรงค์สร้างความตระหนักรู้และให้ประชาชนร่วมแจ้งการเผาอ้อยผ่านแอป Traffy Fondue

6. จัดตั้ง War Room ติดตามข้อมูลรายวันและประเมินผลต่อเนื่อง

นอกจากนี้ สอน. ยังมีการผลักดัน 5 ยุทธศาสตร์พัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายปี 2569 ได้แก่

1. ด้านสิ่งแวดล้อม ผลักดันการผลิต “น้ำตาลสีเขียว (Green Sugar)” และอ้อยสดปลอดเผา 100%

2. ด้านเครื่องจักรกล สนับสนุนสินเชื่อและสิทธิประโยชน์ BOI ส่งเสริม Smart Farming

3. ด้านเทคโนโลยี ใช้นวัตกรรมติดตามจุดความร้อน (Hotspot) และบริหารจัดการข้อมูลแบบเรียลไทม์

4. ด้านประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนด้วยพันธุ์อ้อยและการจัดการปัจจัยการผลิตที่มีประสิทธิภาพ

5. ด้านความเป็นธรรม ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเกษตรกร โรงงานน้ำตาล และภาครัฐ เพื่อสร้างระบบที่เป็นธรรมและยั่งยืน