วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

"ศุภจี" ยัน! การเจรจาการค้าไทย-สหรัฐ ไร้ผลกระทบ จากความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

"ศุภจี" ยัน! การเจรจาการค้าไทย-สหรัฐ ไร้ผลกระทบ จากความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

"พาณิชย์" ยืนยันเดินหน้าการเจรจาการค้ากับสหรัฐ แม้สถานการณ์ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา ไม่กระทบความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ  แยกการเมืองออกจากการค้า

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่มีข้อกังวลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย และกัมพูชาอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาการค้าระหว่างไทย และสหรัฐอเมริกา ว่า การหารือทางการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐ ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้รับผลกระทบจากประเด็นทางการเมืองระหว่างประเทศ

ประเด็นแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ กัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงร่วม (Joint Declaration) ก่อน และเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีความสูญเสียต่อฝ่ายไทย ซึ่งรัฐบาลไทยไม่สามารถยอมรับได้ และเชื่อว่ารัฐบาลของทุกประเทศย่อมไม่สามารถยอมรับการกระทำในลักษณะนี้ได้เช่นเดียวกัน

ฝ่ายสหรัฐ จึงควรเข้าใจข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ และไม่ควรนำสถานการณ์ดังกล่าวมาเป็นเหตุผลในการชะลอหรือหยุดการเจรจาการค้ากับไทย ซึ่งจากการพบปะหารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐ ในการประชุมเอเปคที่ผ่านมา ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนว่า สหรัฐ แยกประเด็นทางการเมืองออกจากการค้า และยังคงมีเจตนารมณ์ที่จะผลักดันให้การเจรจาสำเร็จภายในปลายปีนี้ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สอดคล้องกับท่าทีของไทย และความต้องการของภาคเอกชนทั้งสองประเทศที่ต้องการเห็นความชัดเจนในการค้า และการลงทุน

"ศุภจี" ยัน! การเจรจาการค้าไทย-สหรัฐ ไร้ผลกระทบ จากความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 11 พ.ย.68  นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้การต้อนรับ Mr. Ted Osius ตำแหน่ง Senior Vice President and Regional Managing Director of The US-ASEAN Business Council (USABC) และคณะนักธุรกิจจากสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (US-ASEAN Business Council: USABC) ในโอกาสเยือนประเทศไทย ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับคณะนักธุรกิจสหรัฐ ภายใต้ USABC

โดยทุกฝ่ายมีมุมมองตรงกันว่า ไทยเป็นประเทศสำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก และเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง นักธุรกิจสหรัฐ ชื่นชมบทบาทเชิงรุกของไทยในการขยายตลาดการค้า ผ่านการเจรจาเปิดตลาด และข้อตกลงการค้าเสรี (FTA)

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงประเด็น นโยบายภาษีของสหรัฐ (US Tariff) ซึ่งภาคเอกชนสหรัฐ มองว่าเป็นประเด็นที่มีทั้ง “โอกาสและความท้าทาย” ต่อบริษัทอเมริกันเอง โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีฐานการผลิตหรือห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทย และไทยยังคงเป็นฐานการผลิตสำคัญ เป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ

สหรัฐ เป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าหลักของไทย และรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุล และความสัมพันธ์อันดีกับประเทศคู่ค้าที่เป็นมิตร พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายเร่งขยายตลาดใหม่เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง โดยใช้กลยุทธ์เชิงรุก ทั้งการเจรจาเปิดตลาด การจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ และการส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยใช้ประโยชน์จากผลการเจรจาและกิจกรรมส่งเสริมการค้า” นางศุภจี กล่าว

ทั้งนี้รัฐบาลไทย และกระทรวงพาณิชย์จะยังคงเดินหน้าการเจรจาการค้ากับสหรัฐ เพื่อรักษา และปกป้องผลประโยชน์ของภาคการส่งออกของไทย ควบคู่กับการแสวงหาตลาดใหม่ และส่งเสริมสินค้าไทยในประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์