วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

สศอ. ชี้ 'ฮาลาล' โอกาสทองเศรษฐกิจไทย เร่งดันส่วนแบ่งไทยขึ้นผู้นำอาเซียน

สศอ. ชี้ 'ฮาลาล' โอกาสทองเศรษฐกิจไทย  เร่งดันส่วนแบ่งไทยขึ้นผู้นำอาเซียน

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) Special Talk | THAILAND’s NEW PROSPECT: The Global Halal Economy ในงานสัมมนา Thailand’s New Prospect ที่จัดโดย "เนชั่น กรุ๊ป" ว่า อุตสาหกรรมฮาลาลถือเป็นประเด็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศไทยในปัจจุบัน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้สู่ความมั่นคง และยั่งยืน เนื่องจากอุตสาหกรรมฮาลาลมีตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีผู้บริโภคจำนวนมหาศาลทั่วโลก นับเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะสามารถผลักดันสินค้า และบริการฮาลาลให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป

ทั้งนี้ สศอ. ได้ดำเนินการศึกษาทั้งระบบนิเวศ (Ecosystem) ของอุตสาหกรรมฮาลาล อย่างรอบด้านในปี 2023 พบว่า ฮาลาลไม่ได้เป็นเพียงเรื่องอาหารอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมสินค้า และบริการอื่นๆ ที่มีศักยภาพเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยา, เครื่องสำอาง, เคมีภัณฑ์, เสื้อผ้า, เครื่องมือแพทย์, สมุนไพร, อาหารเสริม, อาหารสัตว์, บรรจุภัณฑ์, ตลอดจนการท่องเที่ยวและการขนส่ง

สศอ. ชี้ 'ฮาลาล' โอกาสทองเศรษฐกิจไทย  เร่งดันส่วนแบ่งไทยขึ้นผู้นำอาเซียน

จากการศึกษาพบว่ามูลค่าตลาดโลกฮาลาลรวม (ปี 2023)มีมูลค่าสูงถึง 1.36 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเป็นสินค้าฮาลาลมีมูลค่าถึง 546,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีสินค้าหลักประกอบด้วย 1. อาหารฮาลาล มีสัดส่วนสูงที่สุดถึง 43% มูลค่ากว่า 200,000 ล้านดอลลาร์ 2. เคมีภัณฑ์สัดส่วนสูงถึง 26% 3.ยา สัดส่วนประมาณ 11% ของมูลค่าสินค้าทั้งหมด

ส่วนบริการฮาลาลมีมูลค่า 815,000 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็น 3 องค์ประกอบหลักที่มีมูลค่าสูงมาก ได้แก่ 1. การท่องเที่ยว 2. การขนส่ง และ 3. การบริการทางธุรกิจอื่นๆ ซึ่งขนส่ง และบริการมีสัดส่วนใกล้เคียงกันคือประมาณ 20–22% ของมูลค่ารวมบริการ

นายศุภกิจ กล่าวว่า แม้ตลาดโลกจะมีมูลค่ามหาศาล แต่ปัจจุบันการส่งออกสินค้าฮาลาลของประเทศไทยมีมูลค่ารวมประมาณ 8,850 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเมื่อเทียบกับมูลค่าสินค้าฮาลาลตลาดโลก (546,000 ล้านดอลลาร์) ส่วนแบ่งของไทยมีเพียงแค่ 1.6% เท่านั้น ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพที่ประเทศไทยสามารถเข้าไปเก็บเกี่ยว และมีส่วนร่วมในส่วนแบ่งตลาดนี้ได้อีกมากในอนาคต

สศอ. ชี้ 'ฮาลาล' โอกาสทองเศรษฐกิจไทย  เร่งดันส่วนแบ่งไทยขึ้นผู้นำอาเซียน

"ปัจจุบันสินค้าส่งออกหลักของไทยคือ อาหาร ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 67% ของมูลค่าการส่งออกฮาลาลของไทย (ประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์) รองลงมาคือ เคมีภัณฑ์ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 20% (1,750 ล้านดอลลาร์)"

ทั้งนี้ ประเทศไทยมี 5 อุตสาหกรรมที่มีความสามารถในการแข่งขันและมีความโดดเด่นมากในการสนองตอบต่อตลาดฮาลาล ได้แก่ 1. อาหารการพืช มีศักยภาพสูงในการแปรรูปวัตถุดิบ เช่น น้ำตาล น้ำมันปาล์ม และผลไม้ต่างๆ 2. กลุ่มอาหารสัตว์ โดยเฉพาะการส่งออกเนื้อสัตว์ปีก ซึ่งได้รับการยอมรับ 3. กลุ่มสมุนไพร และเวชภัณฑ์ ถือเป็นจุดแข็งของไทยเนื่องจากมีทรัพยากรวัตถุดิบ 4. กลุ่มเครื่องสำอาง และ 5. กลุ่มสิ่งของ และแฟชั่น     

ส่วนประเทศผู้ส่งออกหลักในตลาดฮาลาลโลก 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน สหรัฐ อินเดีย เยอรมนี และบราซิล ส่วนประเทศผู้นำเข้า และบริโภคหลักคือกลุ่ม OIC (ประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม) นำโดยตุรกี 18% ราว 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์, ซาอุดีอาระเบีย, อินโดนีเซีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับผู้ประกอบการไทย

นายศุภกิจ กล่าวต่อว่า แม้ตลาดฮาลาลโลกจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 6–8% แต่สินค้าไทยยังเติบโตเพียง 4.2% ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพที่แท้จริง จึงจำเป็นต้องเร่งวางยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันการเติบโตไม่น้อยกว่า 10% และผลักดันไทยให้เป็น “ศูนย์กลางฮาลาลของอาเซียน”

สศอ. ชี้ 'ฮาลาล' โอกาสทองเศรษฐกิจไทย  เร่งดันส่วนแบ่งไทยขึ้นผู้นำอาเซียน

ทั้งนี้ สศอ. ได้กำหนดแผนพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลระยะ 5 ปี (พ.ศ.2567–2571) ครอบคลุมการยกระดับมาตรฐานฮาลาลให้เป็นสากล สร้างความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์และบริการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิต และโลจิสติกส์ รวมถึงการจัดตั้ง “นิคมอุตสาหกรรมฮาลาล” เพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต

พร้อมกันนี้ ยังเตรียมส่งเสริมการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากรเฉพาะทาง การจัดแสดงสินค้า การขยายตลาดผ่านอีคอมเมิร์ซ และการสร้างความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคี และพหุภาคีกับประเทศอาเซียน และทั่วโลก

“ฮาลาลคือ ประตูเศรษฐกิจใหม่ของไทย ที่สามารถต่อยอดจากจุดแข็งของประเทศ ทั้งด้านอาหาร การท่องเที่ยว และสุขภาพ ซึ่ง สศอ. จะผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่แนวหน้าธุรกิจฮาลาลโลกอย่างยั่งยืน”

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์