วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

 ‘สภาพัฒน์’ แนะเร่งทำกลไกตรวจสอบย้อนกลับ หลังไทยเพิ่มโควตานำเข้า ‘ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์’

 ‘สภาพัฒน์’ แนะเร่งทำกลไกตรวจสอบย้อนกลับ หลังไทยเพิ่มโควตานำเข้า ‘ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์’

จากกรณีที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการเพิ่มโควตาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประจำปี 2569  จากเดิมที่มีโควตาให้มีการนำเข้า 54,700 ตัน ในอัตราภาษี 20%  เพิ่มเป็น 1 ล้านตันในอัตราภาษี 0% โดยการเพิ่มโควตาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นไปตามข้อตกลงทางการค้าที่ไทยได้มีการเจรจากับสหรัฐในเรื่องภาษีศุลกากร และเงื่อนไขในการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐในปริมาณ 1 ล้านตัน โดยถือเป็นข้อตกลงที่ไทยได้ทำไว้กับสหรัฐตั้งแต่รัฐบาลก่อนและจะมีผลในวันที่ 1 ก.พ.2569 เป็นต้นไปนั้น

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของ ครม.ว่าในประเด็นนี้เห็นสมควรให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์  รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาการกำหนดกลไกตรวจสอบย้อนกลับการนำเข้าสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรโดยเร็วหลังจาก ครม.มีมติเห็นชอบ เพื่อดำเนินการกำหนดแนวทางการตรวจสอบย้อนกลับและการดำเนินงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้การบังคับใช้มาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ไม่มีกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการเผามีความชัดเจน และนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อจะช่วยลดผลกระทบจากมลพิษทางอากาศที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2 ) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและกำกับการนำเข้าข้าข้าวโพเลี้ยงสัตว์ที่ดัดแปลงพันธุกรรม (GMOs) ให้เป็นไปตามกฎระเบียบที่กระทรวงเกษษตรฯและกระทรวงพาณิชย์กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยทั้งกับสัตว์ที่ได้รับอาหารโดยตรงและผู้บริโภคเนื้อสัตว์

เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์จากสัตว์จากประเทศไทยไปยังต่างประเทศที่ไม่ยอมรับผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ได้รับอาหารจากพืช GMOs โดยเฉลพาะประเทศที่เคร่งครัด เช่น สหภาพยุโรป (EU) และประเทศญี่ปุ่น

 ตลอดจนควรพิจารณาให้แรงจูงใจและสนับสนุนแนวทางการเพิ่มปริมาณการผลิตและประสิทธิภาพการผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ทางเลือกเพื่อทดแทนและลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับประเทศไทยได้ตลอดห่วงโซ่อุปทานต่อไป

ขณะที่สำนักเลขาธิการ ครม.มีความเห็นเพิ่มเติมว่าเนื่องจากการกำหนดนโยบายและมาตรการการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569 ในโควตาภายใต้ WTO มีปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2568 อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่คณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกาได้ขอให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.)พิจารณาเพิ่มปริมาณการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อีก1 ล้านตันต่อปี รวมถึงยกเว้นภาษีการนำเข้าเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกไทยรวมทั้งเป็นการปรับสมดุลการค้าเพื่อรองรับการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย (Agreement on Reciprocal Trade) โดยการกำหนดนโยบายและมาตรการดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ ประกอบกับผู้แทนสมาคมการค้าพืชไร่และผู้แทน

สภาเกษตรกรแห่งชาติได้แสดงความไม่เห็นด้วยต่อการดำเนินมาตรการดังกล่าวไว้ในคราวประชุม นบขพ. ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2568 ดังนั้น จึงเห็นควรให้กระทรวงเกษตรฯและกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการชี้แจงและทำความเข้าใจให้ผู้มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดได้รับทราบถึงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องมีการกำหนดนโยบาย และมาตรการดังกล่าว

รวมทั้งประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการดำเนินการดังกล่าวเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ตรงกัน และเพื่อให้การกำหนดนโยบายและมาตรการการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569 สามารถดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ที่สงค์ที่ตั้งเอาไว้