“ธรรมนัส” ย้ำจุดยืนไม่เห็นด้วยเพิ่มโควต้านำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จำนวน 1 ล้านตัน ห่วงประเด็นราคาร่วง GMO กระทบส่งออก ระบุต้องใช้มาตรการตรวจสอบย้อนกลับเข้มข้น
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรฯเปิดเผยถึงกรณีที่แสดงความไม่เห็นด้วยในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีการขยาย โควตาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็น 1 ล้านตัน ตามข้อตกลงเรื่องภาษีและการค้าที่ไทยทำร่วมกับสหรัฐว่าตนเองเป็นห่วงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรในประเทศ และเป็นจุดยืนของกระทรวงเกษตรฯมาโดยตลอด
ทั้งนี้ในเรื่องนี้มี 2 ประเด็นที่จะมีผลกระทบตามมามากโดยในเรื่องแรกนั้นเป็นเรื่องของราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จะราคาตกต่ำลงเมื่อมีการนำเข้ามาจำนวนมาก โดยปัจจุบันราคาในประเทศถือว่าตกต่ำมากอยู่แล้ว การนำเข้าเพิ่มเติมจะยิ่งทำให้ราคาตกต่ำลง ซ้ำเติมความเดือดร้อนของเกษตรกรไทย
ส่วนประการที่ 2 เป็นเรื่องของข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) ที่หากนำมาใช้เลี้ยงสัตว์แล้ว อาจส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ค้าที่ต่อต้าน GMO ทำให้สินค้าเกษตรของไทยอาจไม่ได้รับการยอมรับและไม่รับซื้อจากประเทศเหล่านั้น ซึ่งจะกระทบต่อการส่งออกปศุสัตว์ของไทยได้
ทั้งนี้สำหรับโควตาภายใต้ข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีอยู่เดิมนั้น กระทรวงได้เสนอขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้จำกัดระยะเวลาการนำเข้า จากเดิมที่วางกรอบตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 31 สิงหาคม เหลือเพียง 1 กุมภาพันธ์ ถึง 30 มิถุนายน เท่านั้น เนื่องจากเกษตรกรไทยจะเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวโพดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จึงได้เสนอให้ย่นระยะเวลาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลงซึ่ง ครม. ได้เห็นชอบตามที่เสนอ
รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรฯ กล่าวด้วยว่ากระทรวงเกษตรฯจะใช้มาตรการตรวจสอบย้อนกลับอย่างเข้มข้นสำหรับข้าวโพดที่นำเข้าโดยใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติของไทยในการควบคุม และยืนยันว่าไม่มีใครสามารถห้ามการใช้กฎหมายไทยในเรื่องนี้ได้
“การใช้นโยบายที่ชัดเจนในการตรวจสอบย้อนกลับอย่างเข้มข้น และห้ามนำเข้าข้าวโพดจากพื้นที่ที่มีการเผาอย่างเด็ดขาด เพื่อติดตามแหล่งที่มาและควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐาน ส่วนการนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงที่ทำไว้ตั้งแต่รัฐบาลก่อนนั้น กระทรวงเกษตรฯ ยังคงจุดยืนเดิมในการคัดค้าน และจะใช้มาตรการตรวจสอบย้อนกลับอย่างเข้มข้นเช่นเดียวกัน” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว





