ราคาน้ำมันดิบทรงตัว ส่วนต่างราคาที่แคบลงบ่งชี้ถึงตลาดที่อ่อนตัวลง จับตาน้ำมันล้น ทรัมป์อ้างใกล้บรรลุข้อตกลงการค้ากับอินเดีย ที่เริ่มซื้อน้ำมันรัสเซียน้อยลง
บลูมเบิร์ก รายงานราคาน้ำมันดิบทรงตัว ขณะที่นักลงทุนติดตามตัวชี้วัดตลาดที่อ่อนตัวลง และรอรายงานที่อาจบ่งชี้ถึงภาวะน้ำมันล้นตลาดโลกที่กำลังจะมาถึง
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต(WTI) อยู่ที่ระดับใกล้ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันอังคาร (11พ.ย.68) นี้ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.6% ในวันจันทร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ระดับใกล้ 64 ดอลลาร์ ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบ WTI ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างสัญญาซื้อขายสองสัญญาที่ใกล้หมดอายุมากที่สุด ได้ลดลงเหลือ 9 เซนต์ต่อบาร์เรลในลักษณะราคาปัจจุบันสูงกว่าราคาในอนาคต ซึ่งส่วนต่างราคาอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และบ่งชี้ถึงสภาวะที่ตึงตัวน้อยลง
กลุ่มโอเปก ซึ่งกำลังเร่งการผลิต มีกำหนดเผยแพร่บทวิเคราะห์รายเดือนในวันพุธ โดยสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) จะเผยแพร่รายงานแนวโน้มรายปีในวันเดียวกัน ส่วน IEA ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีภาวะล้นตลาดประจำปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2026 จะเผยแพร่รายงานภาพรวมรายเดือนตามปกติในวันพฤหัสบดี
การนำเข้าน้ำมันของอินเดียก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่าวอชิงตัน "ใกล้" บรรลุข้อตกลงการค้ากับนิวเดลีแล้ว และอินเดีย "ได้หยุดซื้อน้ำมันจากรัสเซียแล้ว มีปริมาณลดลงอย่างมาก" ทรัมป์ผลักดันให้อินเดียจำกัดการซื้อน้ำมันดิบจากมอสโก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามยุติสงครามในยูเครน
อัปเดตราคาเช้านี้
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 0.2% มาอยู่ที่ 60.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อเวลา 7:35 น. ตามเวลาที่สิงคโปร์
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมกราคม เพิ่มขึ้น 0.7% มาอยู่ที่ 64.06 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อวันจันทร์





