ช่วง 2-3 ปี มานี้ หลายท่านคงได้ยินข่าวจากผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเรา ที่ออกมาบอกว่าในไม่ช้านี้ประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านดาต้าเซนเตอร์จากบรรดาบริษัทชั้นนำระดับโลก
แต่หลังจากนั้นไม่นานเราก็ได้เห็นข่าวว่าบรรดาบรรษัทเหล่านั้นหันการลงทุนไปสู่ประเทศข้างเคียงในอาเซียนอย่างเวียดนามแทน ทำให้เกิดคำถามขึ้นมากมายว่าอะไรเป็นปัจจัยให้พวกเขาย้ายไปลงทุนที่เวียดนาม
ข้อมูลระดับโลกชี้ว่าดาต้าเซนเตอร์บริโภคไฟฟ้าคิดเป็นราว 1–2% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งโลกในแต่ละปี และภาคไอที โดยรวมมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 2–3% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก
นั่นทำให้แนวโน้มของนักลงทุนต้องมองหา “ไฟฟ้าสะอาด” เพื่อป้อนดาต้าเซนเตอร์ นั่นทำให้คำถามว่า “ไฟฟ้ามาจากไหน อย่างไร และราคาเท่าไร” กลายเป็นตัวแปรชี้ขาดว่าประเทศใดจะดึงดูดเงินลงทุนเหล่านี้ได้มากกว่ากัน
มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่นับวันจะเข้มข้นขึ้น ซึ่งไม่ได้บังคับใช้เพียงภายในกลุ่มประเทศยุโรปเท่านั้น แต่รวมถึงบรรดาบรรษัทข้ามชาติที่ให้บริการอยู่ในยุโรปและอเมริกาด้วย
ส่งผลให้นับวันการแสวงหาพลังงานสะอาดเพื่อประกอบธุรกิจด้านต่าง ๆ มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น
และสิ่งเหล่านี้กำลังบอกเราว่า ถ้าประเทศไทยต้องการเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านดาต้าเซนเตอร์ของภูมิภาค การปฏิรูปและส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน
เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว แต่เป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเพื่อดึงดูดการลงทุนระดับโลกด้วย
วันนี้เรามีคู่แข่งอย่างเวียดนามที่ใช้เวลาไม่ถึง 10 ปี สามารถปฏิรูประบบพลังงานไฟฟ้าให้พลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และนั่นทำให้วันนี้เวียดนามเริ่มมีข้อได้เปรียบมากกว่าไทยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เพราะประเทศที่จะชนะในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในวันนี้ ไม่ใช่แค่มีไฟฟ้าพอหรือที่ดินพร้อม หากแต่ต้องมีไฟฟ้าสะอาดที่ซื้อขายได้ง่าย โปร่งใส และราคาสามารถพยากรณ์หรือคาดการณ์ได้ด้วย
ฉะนั้น การลงทุนทั้งระบบพลังงานสะอาดของประเทศไทยจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ทั้งการจัดทำระบบใบรับรองไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่โปร่งใส ตรวจสอบย้อนหลังได้ และเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากล
รัฐบาลต้องเร่ง เปิดให้เกิดการลงทุนพลังงานหมุนเวียนอย่างกว้างขวาง ปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าตรงระหว่างเอกชนกับเอกชนให้เป็นช่องทางหลัก ไม่ใช่ข้อยกเว้น
รวมไปถึงการกำหนดให้มี Green Data Center Zone เพื่อเป็นพื้นที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์สีเขียวนำร่องเพื่อจูงใจนักลงทุนจากต่างประเทศ
หากเราทำสิ่งเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ไทยจะไม่เพียงบรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางแรก ๆ ที่นักลงทุนด้านดาต้าเซนเตอร์ระดับโลกนึกถึง
พลังงานหมุนเวียนจึงไม่ใช่แค่เรื่องการลดปัญหาโลกร้อนเท่านั้น แต่เป็นเรื่องดี ๆ ต่อปากท้องและอนาคตของประเทศไทยด้วย
หน้าที่ของรัฐในตอนนี้คือทำให้การตัดสินใจของนักลงทุนง่ายที่สุด มองเห็นเส้นทางชัดที่สุด และมั่นใจได้มากที่สุด
หากเรากล้าปฏิรูปวันนี้ ประตูสู่การเป็นศูนย์กลางดาต้าเซนเตอร์ของภูมิภาคจะเปิดกว้างสำหรับประเทศไทยทันที และประโยชน์จะไหลกลับสู่ประชาชนทั้งในรูปของการจ้างงาน คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจที่ยั่งยืนกว่าเดิม.





