วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ไทย-สิงคโปร์  เซ็น MOC ข้าว 1 แสนตัน ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ไทย-สิงคโปร์  เซ็น MOC ข้าว 1 แสนตัน ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

"ไทย-สิงคโปร์" ลงนามความร่วมมือค้าข้าว MOC  1  แสนตัน  “นายกฯ ไทย-สิงคโปร์” ร่วมเป็นสักขีพยาน ตอกย้ำบทบาทไทย Food Security Hub  “ศุภจี” ชี้  เป็นจุดเริ่มต้นขยายความร่วมมือสินค้าเกษตรอื่นๆ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า  เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2568   ตน และMs.Grace Fu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ ได้ร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือ (MOC) ด้านการค้าข้าวระหว่างรัฐบาลไทย และรัฐบาลสิงคโปร์ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และนายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ร่วมเป็นสักขีพยาน

โดยบันทึกความร่วมมือฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และขยายความร่วมมือด้านการค้าข้าวระหว่างสองประเทศ โดยรัฐบาลไทยตกลงที่จะขายข้าวให้แก่รัฐบาลสิงคโปร์ในปริมาณสูงสุดไม่เกิน 1 แสนตัน ตลอดระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี

ไทย-สิงคโปร์  เซ็น MOC ข้าว 1 แสนตัน ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ทั้งนี้ การซื้อขายจะดำเนินการตามหลักปฏิบัติทางการค้าสากล และในราคาตลาดโลกขณะนั้น ภายใต้บันทึกความร่วมมือฯ กระทรวงพาณิชย์มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศ และกระทรวงความยั่งยืน และสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ มอบหมาย Singapore Food Agency (SFA) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ โดยบันทึกความร่วมมือฉบับนี้มีผลเป็นระยะเวลา 5 ปี และสามารถต่ออายุได้ตามความเห็นชอบร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

“แม้ปริมาณข้าวภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้จะมีปริมาณ 1 แสนตัน ซึ่งอาจไม่มากเมื่อเทียบกับการส่งออก  ข้าวทั้งหมดของไทย แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ เพราะเป็นการวางรากฐานในการยกระดับศักยภาพสินค้าเกษตรไทยสู่ระดับสากล โดยเฉพาะในมิติของ ‘ความมั่นคงทางอาหาร’ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของโลกในปัจจุบัน" นางศุภจี กล่าว

นางศุภจี กล่าวว่า การที่รัฐบาลไทยสามารถจัดทำความร่วมมือแบบรัฐบาลต่อรัฐบาลกับสิงคโปร์ ซึ่งมีระบบจัดการอาหาร และมาตรฐานคุณภาพสูงได้ สะท้อนถึงศักยภาพ ความน่าเชื่อถือ และคุณภาพของสินค้าเกษตรไทย

โดยความร่วมมือครั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรก ที่รัฐบาลทั้งสองประเทศร่วมกันจัดทำความร่วมมือในลักษณะนี้ สะท้อนถึงความไว้วางใจในข้าวไทย และระบบจัดการสินค้าเกษตรของไทย และยังนับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมเสถียรภาพด้านอาหารของอาเซียน ไทยพร้อมเป็นพันธมิตรที่มั่นคงในการส่งมอบข้าวคุณภาพสูง เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค และสร้างประโยชน์ร่วมให้แก่เกษตรกร และภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ

นางศุภจี กล่าวว่า  ความร่วมมือในลักษณะนี้จะไม่จำกัดอยู่เพียงเฉพาะข้าวเท่านั้น แต่จะขยายความครอบคลุมไปยังสินค้าเกษตรอื่นๆ ของไทยในอนาคต เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และโอกาสทางการค้าใหม่ๆ รวมถึงจะขยายความร่วมมือไปยังประเทศคู่ค้ารายอื่น ในภูมิภาค และนอกภูมิภาค ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านความมั่นคงทางอาหาร (Food Security Hub) ของภูมิภาคอย่างแท้จริงต่อไป

ทั้งนี้ สิงคโปร์เป็นตลาดข้าวที่มีศักยภาพของไทย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคง ทางอาหารจากข้อจำกัดของพื้นที่ และทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้ไม่มีการเพาะปลูกข้าวเพื่อการบริโภคภายในประเทศ ส่งผลให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวเพื่อบริโภค และสำรองเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

การลงนาม บันทึกความร่วมมือด้านการค้าข้าวระหว่างไทย และสิงคโปร์ จึงมีความสำคัญต่อการสร้างเสถียรภาพด้านอาหารของสิงคโปร์ และยังช่วยยืนยันบทบาทของไทยในฐานะผู้ผลิต และผู้ส่งออกข้าวคุณภาพสูงที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดต่างประเทศได้อย่างมั่นคงต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นในการแสดงให้เวทีโลก เห็นถึงศักยภาพ และความพร้อมของไทยในการเป็น Food Security Hub

สำหรับสถิติการส่งออกข้าวไทยไปสิงคโปร์ ปี 2567 มีปริมาณ 113,549 ตัน มูลค่า 102.14 ล้านตัน ส่วนส่งออกข้าวไทยไปสิงคโปร์ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค. – ก.ย.) ไทยส่งออกข้าวไปสิงคโปร์แล้วปริมาณ 90,031 ตัน เพิ่มขึ้น 5 % จากช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่มีปริมาณ 85,742 ตัน 

โดยส่วนใหญ่เป็นการส่งออกข้าวหอมมะลิไทย  49.99 %  ข้าวขาว 29.04 %  และ ข้าวหอมไทย 16.26 % ตามลำดับ ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยเป็นแหล่งนำเข้าข้าวอันดับสามของสิงคโปร์ มีส่วนแบ่งตลาด 22.34 %  รองจากอินเดีย  42.82 %  และเวียดนาม  28.10%

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์