ครม.ไฟเขียว กระทรวงเกษตรฯลงนามจีน มาตรการตรวจสอบสุขอนามัยหนุนการเนื้อสัตว์ปีก แช่แข็ง ผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนสัตว์ปีก จากไทยไปจีน และ การสุขลักษณะเพื่อการรังนกฯส่งออก หนุนการค้าคล่องตัวเติบโตเด่น
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบเรื่อง การลงนามพิธีสารระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน(General Administration of the People’ Republic of China หรือ GACC) ว่าด้วยข้อกำหนดการตรวจสอบ การกักกัน และความปลอดภัยด้านอาหารเพื่อการส่งออกเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็งและผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนสัตว์ปีกจากประเทศไทยไปยังประเทศจีน มีกำหนดลงนามในพิธีสารฯ ร่วมกับฝ่ายไทยในการประชุมระดับรัฐมนตรีและระดับอธิบดีว่าด้วยความร่วมมือด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชอาเซียน - ครั้งที่ 9 (ASEAN – China MOU on SPS) ในระหว่างวันที่ 11-14 พ.ย. 2568
เปิดทางไทยออกใบรับรองสุขอนามัย
โดยมีสาระสำคัญของเรื่อง ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยหลักเกณฑ์การตรวจสอบ การกักกัน และสุขอนามัยทางสัตวแพทย์ เพื่อการส่งออกเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็งและผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนสัตว์ปีกจากประเทศไทยไปยังประเทศจีน ซึ่งทั้งสองฝ่ายลงนามและมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2561 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2567 ซึ่งกำหนดให้ฝ่ายไทย มีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบ การกักกัน และการออกใบรับรองสุขอนามัยสำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ปีกแช่แข็งและชิ้นส่วนสัตว์ปีก ที่จะส่งออกไปยังประเทศจีน
นอกจากนี้ กำหนดให้ฝ่ายไทย ต้องให้ข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ได้แก่ กฎระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการฆ่าและชำแหละสัตว์ปีกและการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ปีกแช่แข็งและชิ้นส่วนสัตว์ปีก รวมถึง กระบวนการตรวจสอบและกักกัน ตลอดจนต้องให้ข้อมูลการติดตามและเฝ้าระวังสารตกค้าง โรคติดต่อสารปนเปื้อน และเชื้อก่อโรค
ต้องเป็นสัตว์ปีกที่จากไทยเท่านั้น
รวมถึงกำหนดให้มีการจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ ต้องติดฉลากผลิตภัณฑ์โดยระบุรายละเอียดต่าง ๆ เช่น เลขทะเบียนสถานประกอบการ เลขที่ชุดการผลิต ปลายทาง วันผลิต อายุการเก็บรักษาและอุณหภูมิการเก็บรักษา เป็นต้น และ ต้องมีใบรับรองสุขอนามัยต้องแนบไปกับตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ปีกแช่แข็งและชิ้นส่วนสัตว์ปีก
ทั้งนี้ เนื้อสัตว์ปีกแช่แข็งและผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนสัตว์ปีก ที่ส่งออกไปยังประเทศจีน ต้องมาจากสัตว์ปีกมีชีวิตที่เกิด เลี้ยงในฟาร์มในประเทศไทยและไม่อยู่ในเขตที่ถูกประกาศให้เป็นเขตควบคุมหรือเฝ้าระวังโรค สัตว์ปีก ตามระเบียบและข้อบังคับด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องของประเทศจีน ประเทศไทย และองค์การสุขภาพสัตว์โลกในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และถูกฆ่าในประเทศไทย และจะต้องเป็นสินค้าที่ผลิตจากสถานประกอบการของประเทศไทยที่ได้รับอนุญาต และได้ขึ้นทะเบียนกับ GACC
ในกรณีฝ่ายจีนตรวจสอบพบการปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดในพิธีสาร ฝ่ายจีนจะมีมาตรการ เช่น การส่งกลับ การกักกัน หรือการทำลาย ระงับการส่งออก เพิกถอนการขึ้นทะเบียนกับ GACC เป็นต้น
เชื่อหนุนภาคส่งออกไทยขยายตัวเพิ่ม
สำหรับประโยชน์และผลกระทบ โดยการลงนามพิธีสารฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย โดยทำให้เกิดความเชื่อมั่นในมาตรการของประเทศไทย ในการกำกับดูแลสินค้าที่ผลิตให้มีคุณภาพมาตรฐาน ปลอดภัย ส่งผลให้สามารถส่งออกเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็งและผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนสัตว์ปีกจากประเทศไทยไปยังประเทศจีนได้อย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสการลงทุนทางการค้า และส่งผลให้มูลค่าการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ของไทยขยายตัวเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมครม.ยังเห็นชอบ การลงนามพิธีสารระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยข้อกำหนดการตรวจสอบ การกักกัน และสุขลักษณะเพื่อการส่งออกรังนกดิบเพื่อการบริโภคที่ไม่ผ่านการทำความสะอาด และรังนกเพื่อการบริโภคที่ผ่านการทำความสะอาดแล้ว จากประเทศไทยไปยังประเทศจีน กำหนดลงนามในช่วงเวลาเดียวกัน
สำหรับ การลงนามพิธีสารฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยโดยทำให้เกิดความเชื่อมั่นในมาตรการของประเทศไทย ในการกำกับดูแลสินค้าที่ผลิตให้มีคุณภาพมาตรฐาน ปลอดภัย ส่งผลให้รังนกดิบ เพื่อการบริโภคที่ไม่ผ่านการทำความสะอาด และรังนกเพื่อการบริโภคที่ผ่านการทำความสะอาดแล้ว ที่ส่งออกไปยังประเทศจีนได้อย่างต่อเนื่อง
การผลิตไทยผ่านรับรองพร้อมส่งออก
นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า GACC ได้ประกาศรายชื่อให้การรับรองและขึ้นทะเบียนโรงงานผลิต และแปรรูปเนื้อสัตว์ปีกและผลพลอยได้ไก่แช่แข็งไทยเพิ่มอีก 3 โรง จากเดิมที่ได้รับการรับรองและส่งออกได้ในปัจจุบัน 23 โรง รวมเป็น 26 โรงงาน จากการที่มีการเพิ่มรับรองโรงงานส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างต่อเนื่อง นั้น
เป็นผลจากความเชื่อมั่นของการมีระบบการควบคุม กำกับ ดูแลของกรมปศุสัตว์ เพื่อให้ได้คุณภาพมาตรฐานตามระบบ GHPs และ HACCP ตามมาตรฐานสากลระดับโลก และเป็นไปตามข้อกำหนดพิธีสารระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยหลักเกณฑ์การตรวจสอบ การกักกัน และสุขอนามัยทางสัตวแพทย์ เพื่อการส่งออกเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็งและชิ้นส่วนสัตว์ปีกจากประเทศไทยไปยังประเทศจีน
มูลค่าการค้ามากกว่าแสนล้านต่อปี
สำหรับการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกแช่เย็นแช่แข็ง ภาพรวมทั้งหมดของประเทศไทยไปยังประเทศคู่ค้าอื่น ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยมีตลาดที่สำคัญได้แก่ ญี่ปุ่น อังกฤษ ยุโรป มาเลเซีย จีน เกาหลีใต้ เป็นต้น โดยในปี 2566 ส่งออกมูลค่า 149,975 ล้านบาท ช่วง 6 เดือนแรกปี 2567 (ม.ค.-มิ.ย.) ส่งออกมูลค่า 76,745 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน
สำหรับอุตสาหกรรมรังนกของไทยยังคงเติบโตอย่างมั่นคง โดยปี 2567 ไทยสามารถส่งออกรังนกได้ถึง 17,722 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 19.68 ล้านบาท ขณะที่ในช่วง ครึ่งปีแรกของ 2568 (ม.ค.-มิ.ย.) ส่งออกแล้วกว่า 7,759 กิโลกรัม มูลค่า 5.94 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของรังนกไทยในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย





