“เอกนิติ” ยันเดินหน้าเชิงรุกเจรจาการค้าสหรัฐต่อ แม้ศาลฎีกาเริ่มไต่สวนภาษีทรัมป์ นัดเอกชน คุยวันนี้ เตรียมข้อมูลเจรจา ในภาคผนวกที่ 3 ระบุแม้ภาษีทรัมป์สะดุด คาดมีมาตรการอื่น ซึ่งผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมตัวรับมือเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงกรณที่ศาลฎีกาของสหรัฐไต่สวนข้อการเก็บภาษีตอบโต้ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่เรียกเก็บจากประเทศต่างๆ ว่าอาจเป็นการใช้อำนาจหน้าที่เกินขอบเขตว่าในเรื่องนี้เป็นการตัดสินภายในตามกฎหมายของสหรัฐ ซึ่งไทยเราก็ต้องดูผลที่จะออกมาว่าในที่สุดจะเป็นอย่างไรก็ตาม ในส่วนของประเทศไทยการเจรจาเรื่องภาษี และการค้ากับสหรัฐนั้นยังเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอน โดยไม่รอผลการตัดสินของศาลสหรัฐ โดยในส่วนของการวางกลยุทธ์ในการเจรจานั้นตนเองจะเป็นผู้รับผิดชอบ
ขณะที่ในเรื่องการเจรจาในรายละเอียดจะเป็นหน้าที่ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ทำหน้าที่ในการเจรจาในรายละเอียดร่วมกับคณะทำงานภาษีของสหรัฐ
โดยก่อนหน้านี้ในการหารือรอบแรกกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ไปแล้วรอบหนึ่ง และผลการพูดคุยเป็นไปในทิศทางที่ค่อนข้างเป็นบวก (Positive) โดยไทยได้เน้นย้ำว่า ไทยกับอเมริกาเป็นพันธมิตรที่ดีและมีความสัมพันธ์กันยาวนานที่สุด และไทยเราได้แจ้งตรงๆ กับทางสหรัฐว่าหากประเทศไทยมีโอกาสในการเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันมากขึ้นจากอัตราภาษีที่ลดลงไทยก็จะขอโอกาสในส่วนนั้นจากสหรัฐด้วย
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ในขณะนี้ขั้นตอนการเจรจานั้นเราต้องเน้นในส่วนของภาคผนวกที่ 3 Appendix 3 ว่าจะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะเปิดโอกาสให้กับประเทศไทยได้มากขึ้น ซึ่งในรายละเอียดนั้นจะต้องมีการหารือกับภาคเอกชน โดยในวันนี้ (6 พ.ย.68) ตนได้มีการนัดภาคเอกชนนำโดยสภาอุตสาหกรรม (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และภาคเอกชนในส่วนที่เกี่ยวข้องในลักษณะที่เอกชนจับมือกับภาครัฐ เพื่อหารือในรายละเอียดต่างๆ ที่จะเป็นข้อเสนอในการทำงานระหว่างไทยกับสหรัฐต่อไป โดยรัฐบาลต้องการลิสต์สินค้าที่ขายได้ในตลาดสหรัฐ จากสินค้าหลายหมื่นประเภท เพื่อใช้ในการเจรจาต่อรอง เนื่องจากหากเจรจาสินค้าที่ขายไม่ได้ก็จะไม่เกิดประโยชน์
“เราคงไม่รอศาลตัดสินเสร็จก่อน เพราะเรื่องนั้นเป็นกฎหมายภายในประเทศของสหรัฐ รัฐบาลมีมุมมองว่าไทยเราไม่ควรอยู่เฉย หรือรอผลการตัดสินของศาลสหรัฐ แต่ควรหาโอกาสในการเพิ่มในการเจรจา และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยอยู่เสมอเพราะการค้าระหว่างประเทศทุกวันนี้มีข้อกีดกันทางค้า (Non-Tariff Barriers)ที่มากกว่าเรื่องของภาษีซึ่งเราต้องเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการไทยด้วย” นายเอกนิติ กล่าว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





