วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

“เอกนิติ” เผยคืบหน้าเจรจาภาษีสหรัฐ USTR ส่งสัญญาณบวก เปิดช่องลดภาษีรายสินค้า

“เอกนิติ” เผยคืบหน้าเจรจาภาษีสหรัฐ USTR ส่งสัญญาณบวก เปิดช่องลดภาษีรายสินค้า

“เอกนิติ” เปิดเผยคืบหน้าเจรจาการค้าสหรัฐ ระบุ USTR ส่งสัญญาณบวก เปิดช่องเจรจาเป็นรายสินค้า ใช้ “Appendix” ลดหรือยกเว้นภาษีนำเข้าบางรายการ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะยุทธศาสตร์ในการเจรจาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเจรจาการค้าและข้อตกลงภาษีกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) โดยระบุว่าการเจรจามีทิศทางที่เป็นบวกอย่างมาก และทางสหรัฐฯ ได้เปิดช่องทางพิเศษในการลดหย่อนภาษีสำหรับสินค้าบางชนิด

นายเอกนิติ กล่าวว่า ได้มีการพบกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ทางออนไลน์ไปแล้ว 1 ครั้ง เพื่อพูดคุยถึงกรอบการเจรจา (Framework) ที่ประเทศไทยได้ลงนามไว้ที่อาเซียน ซึ่งกรอบการเจรจานี้เป็นข้อตกลงที่ต่อเนื่องมาจากการทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมา

"ได้มีการเสนอต่อรองผู้แทนการค้าสหรัฐขอลดอัตราภาษีจาก 19% อย่างไรก็ตามทางสหรัฐมองว่าอัตราภาษีของไทยก็ไม่ถือว่าเสียเปรียบประเทศอื่นในภูมิภาค โดยไทยอยู่ที่ 19% ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 20%"

ทั้งนี้ ผู้แทนการค้าสหรัฐ ได้เปิดโอกาสไว้ โดยระบุว่า ประธานาธิบดีสหรัฐมี Executive Order ที่อนุญาตให้ใช้อำนาจตามเอกสารแนบ (Appendix) เพื่อ “ลดหย่อน” และ “ยกเว้น” ภาษีให้กับสินค้าบางชนิดได้ โดยคณะทำงานจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้รับประโยชน์สูงสุด

นายเอกนิติ กล่าวว่า การดำเนินการในรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าที่จะได้รับการยกเว้นภาษีหรือการลดหย่อนนั้น จำเป็นต้องทำงานร่วมกับภาคเอกชนและกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีสินค้าหลายอย่างที่น่าจะได้รับประโยชน์จากการเจรจา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่ประเทศไทยจำเป็นต้องนำเข้าอยู่แล้ว การลดเพดานภาษีจะช่วยให้เกิดประโยชน์มากขึ้น เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องนำเข้าอยู่แล้วซึ่งการลดภาษีนำเข้าจะช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ ในการเจรจาและการพิจารณาเปิดตลาดนั้น จะต้องยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง และจะพิจารณาสินค้าที่ประเทศไทยไม่มีตลาดอยู่แล้ว หรือสินค้าที่ไม่มีข้อกังวล เช่น รถยนต์ที่มีพวงมาลัยซ้าย รวมทั้งสินค้าที่ไทยมีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) อยู่แล้ว ซึ่งมีการเปิดตลาดลดภาษีนำเข้าให้ 0% โดยข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาใช้เป็นมาตรฐานในการเจรจาได้

ทั้งนี้ คาดว่าการเจรจากับ USTR ครั้งต่อไปนั้นจะเกิดขึ้นหลังจากเดินทางกลับจากประชุมสุดยอดอาเซียน

สำหรับกรอบข้อตกลงเรื่องการยกเลิกรางวัลนำจับของกรมศุลกากร ซึ่งทางสหรัฐอเมริกาได้มองว่าสิ่งนี้อาจเป็นต้นทุนที่ก่อให้เกิดอุปสรรคทางการค้า นายเอกนิติ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นข้อเรียกร้องของหลายสมาคมภาคเอกชนเช่นกัน ดังนั้นจะต้องกลับมาพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียของเรื่องนี้ และหากเห็นว่าเป็นอุปสรรคก็อาจต้องแก้ไข 

ทั้งนี้ พ.ร.บ. ศุลกากร มีการออกแบบมานานแล้ว และได้มีการแก้ไขในปี 2562 เพื่อลดรางวัลนำจับไปแล้ว โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะต้องกลัยมาดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นว่าการลดแรงจูงใจรางวัลนำจับส่งผลอย่างไรต่อการตรวจสอบป้อนกังสินค้าผิดกฎหมาย โดยอาจต้องมีการพิจารณาเพิ่มแรงจูงใจในมิติอื่นๆ

สำหรับประเด็นที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ มีการออกแถลงการณ์ข้อตกลงระหว่างธนาคารแห่งประเทศ เรื่องการดูแลเสถียรภาพค่าเงินไม่ให้มีการแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์การค้า นั้น นายเอกนิติระบุว่า เป็นเรื่องที่อยู่ในความดูแลของธปท. โดยหลักการแล้ว ธปท. มีหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพของราคาและค่าเงินอยู่แล้ว และตามข้อตกลงดังกล่าวระบุถึงความตั้งใจที่จะไม่ทำให้เกิดการบิดเบือนจากกลไกการรักษาเสถียรภาพตามปกติ ซึ่งยืนยันว่า ที่ผ่านมา ธปท. ได้มีความระมัดระวังและไม่ได้ได้มีการบิดเบือนหรือแทรกแซงค่าเงิน