“เอกนิติ” เตรียมชงแผนแก้หนี้ประชาชนเข้า ครม.เศรษฐกิจ สัปดาห์หน้า เตรียมวงเงิน 20,000 ล้าน ซื้อหนี้ที่ค้างชำระจากธนาคารพาณิชย์ และNon Bank เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่าในการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) สัปดาห์หน้าจะนำเสนอโครงการแก้ไขปัญหาหนี้เสีย ของประชาชน เข้าสู่ที่ประชุม จากนั้นจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
ส่วนการประกาศตั้ง บริษัทร่วมทุนสถาบันการเงิน และบริษัทบริหารสินทรัพย์ (JV AMC) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมที่จะจัดตั้งนั้นถือว่าเป็นอำนาจของ ธปท.กระทรวงการคลังได้รับทราบแล้ว ทางธปท.สามารถดำเนินการออกประกาศได้เลย
สำหรับแนวทางการแก้หนี้ให้กับประชาชนนั้นนายเอกนิติได้กล่าวในการ ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ New Economy ในงานสัมมนา Thairath Forum 2025 : The Next New Economy เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า
ได้เตรียมนำเงินคงเหลือจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท มาซื้อหนี้ที่ค้างชำระ (NPL) จากธนาคารพาณิชย์และ Non Bank เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย
โดยเงินดังกล่าวจะใช้ซื้อหนี้ผ่านบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) เนื่องจากการจัดตั้งบริษัทจัดการสินทรัพย์ (Asset Management Company : AMC) ใหม่ใช้เวลา เพื่อให้ลูกหนี้สามารถปรับโครงสร้างหนี้ ยืดระยะเวลาชำระ ปรับลดต้นและดอกเบี้ยตามศักยภาพ
ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง จะทำงานร่วมกับบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) และธนาคารต่าง ๆ กำลังขับเคลื่อนมาตรการ Information Based Lending เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ครัวเรือนให้สามารถฟื้นตัวทางการเงินได้อย่างยั่งยืน พร้อมแนวทางใช้อารีย์ สกอร์ (Ari Score) เป็นเครื่องมือประเมินศักยภาพและวินัยทางการเงินของลูกหนี้
โดยหากลูกหนี้ปฏิบัติตามวินัยทางการเงิน อารีย์ สกอร์ อาจช่วยให้ปรับลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง นอกจากนี้ ลูกหนี้จะต้องให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลหนี้สินและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ เพื่อให้ธนาคารสามารถเห็นสถานะทางการเงินที่แท้จริง และปรับโครงสร้างหนี้ได้อย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ มาตรการนี้ช่วยให้ลูกหนี้มีลมหายใจทางการเงินมากขึ้น ลดการถูกติดตามทวงหนี้อย่างเข้มงวด และยังสามารถสร้างแรงจูงใจให้กลับมามีวินัยทางการเงิน รวมถึงอาจมีการสนับสนุนจากธนาคารออมสินในการเติมเงินช่วยเหลือ เพื่อให้ลูกหนี้กลับมาฟื้นตัวอย่างยั่งยืน เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนในระยะยาว





