วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

สศก. ดัน เกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชนท้องถิ่นภาคเหนือตอนล่าง

สศก.  ดัน เกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชนท้องถิ่นภาคเหนือตอนล่าง

สศก.เสนอการประชุมคณะกรรมการระดับจังหวัด แนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างให้ยั่งยืน เชื่อมโยงเครือข่ายและเส้นทางการท่องเที่ยวคุณภาพสูง

นางธัญญ์พิชชา เถระรัชชานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศท.2 ได้ศึกษาแนวทางการพัฒนาเกษตรอินทรีย์เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรณีศึกษา จังหวัดพิษณุโลก และสุโขทัย เพื่อใช้ประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และมาตรการพัฒนาเกษตรอินทรีย์เพื่อการท่องเที่ยว สร้างเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนท้องถิ่น เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนภายใต้นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มุ่งยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง

สศก.  ดัน เกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชนท้องถิ่นภาคเหนือตอนล่าง

นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (พ.ศ. 2566 – 2570) ที่สนับสนุนและผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เชิงเกษตรและวัฒนธรรม โดยการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากและชุมชนท้องถิ่น

  จากการลงพื้นที่ของ สศท.2 พบว่า จังหวัดพิษณุโลก มีต้นแบบการพัฒนาเกษตรอินทรีย์เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ได้แก่ ฟาร์มธรรมชาติภัณฑ์ ตำบลบ้านยาง อำเภอวัดโบสถ์ โดยมีนายครรชิต วิเศษสมภาคย์ เป็นเจ้าของฟาร์ม เน้นการ ทำเกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยวโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบนพื้นที่ 80 ไร่ โดยแบ่งพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ ผลิตพืชผัก ตามมาตรฐานระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) อาทิ ผักสลัด คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง ดอกชมจันทร์ มะนาว และกล้วยน้ำว้า ผลผลิตร้อยละ 95 นำไปแปรรูปเป็นเมนูอาหารและเครื่องดื่มภายในร้านอาหารของฟาร์ม ส่วนอีกร้อยละ 5 จำหน่ายให้นักท่องเที่ยว โดยเปิดฟาร์มให้เลือกเก็บผลผลิตด้วยตนเอง และจำหน่ายผ่านการออกบูธที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก

สศก.  ดัน เกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชนท้องถิ่นภาคเหนือตอนล่าง สศก.  ดัน เกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชนท้องถิ่นภาคเหนือตอนล่าง

นอกจากนี้ ยังมีบ้านพักแบบพูลวิลล่า ร้านคาเฟ่ และจุดกางเต็นท์/ดูดาว ไว้ให้บริการในราคาพิเศษ รวมทั้งมีกิจกรรมอื่น ๆ อาทิ นั่งรถกอล์ฟชมฟาร์ม ปั่นจักรยาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม 5,000 – 6,000 คน/ปี รายได้จากการผลิตผักอินทรีย์และแปรรูป เฉลี่ยอยู่ที่ 440,000 บาท/ปี

  จังหวัดสุโขทัย ได้แก่ ไร่เทียนสว่าง ตำบลปากน้ำ อำเภอสวรรคโลก โดยมีนายเทียน กล่ำบุตร เป็นเจ้าของฟาร์ม บริหารจัดการฟาร์มแบบกลุ่มวิสาหกิจ ทำการผลิตผลไม้และพืชผักปลอดสารเคมี บนพื้นที่ 110 ไร่ อาทิ ข้าว พืชผักตามฤดูกาล ฝรั่งหงเป่าสือ มะพร้าวน้ำหอม กล้วยน้ำว้า และมีการเลี้ยงปศุสัตว์และประมง ผลผลิตร้อยละ 70 จำหน่ายทางออนไลน์ Facebook : ไร่เทียนสว่าง สุโขทัย และหน้าร้าน ส่วนอีกร้อยละ 30 นำไปแปรรูปเป็นเมนูอาหารและเครื่องดื่มในร้านอาหารของฟาร์ม และวางขายใน Shop Young Smart Famer

สศก.  ดัน เกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชนท้องถิ่นภาคเหนือตอนล่าง สศก.  ดัน เกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชนท้องถิ่นภาคเหนือตอนล่าง

นอกจากนี้ ยังมีฐานการเรียนรู้ อาทิ น้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักมูลไส้เดือน ปุ๋ยหมักจากเศษวัสดุ เลี้ยงแหนแดง อาหารเม็ดเลี้ยงไก่/กบ และอาหารผสมเลี้ยง ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวและคณะศึกษาดูงานเข้ามาเรียนรู้ด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 10,000 – 12,000 คน/ปี ทั้งนี้ รายได้จากการผลิตผลไม้และพืชผักปลอดสารเคมี เฉลี่ยอยู่ที่ 1,500,000 บาท/ปี

  อย่างไรก็ตาม จากผลการศึกษาดังกล่าว สศท.2 จะนำเสนอต่อเวที การประชุมคณะกรรมการระดับจังหวัด เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดทำแผนงานโครงการเสนอขอสนับสนุนงบพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยวในพื้นที่ให้มากขึ้น

ทั้งนี้ สำหรับแนวทางการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างให้ยั่งยืน ควรมุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการผลิต การรับรองมาตรฐานสินค้า และมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย พัฒนาและเชื่อมโยงเครือข่ายและเส้นทางการท่องเที่ยวคุณภาพสูง รวมถึงพัฒนาช่องทางการตลาด และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนงานโครงการขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมาย อาทิ

สศก.  ดัน เกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชนท้องถิ่นภาคเหนือตอนล่าง

โครงการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์สู่ตลาดพรีเมียม และมาตรฐานท่องเที่ยวเชิงเกษตร โครงการเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาฐานข้อมูลและศึกษาวิจัยการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ โครงการสร้างระบบเชื่อมโยงเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยว โครงการตลาดเกษตรอินทรีย์ในแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสัญจร และโครงการเพิ่มศักยภาพการสื่อสารสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ทั้งระบบ เพื่อให้หน่วยงานระดับพื้นที่นำไปจัดทำข้อเสนอโครงการขอรับสนับสนุนงบพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ต่อไป ทั้งนี้ หากท่านใดสนใจข้อมูลผลการศึกษาเชิงลึก สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สศท.2 โทร 0 5532 2650 และ 0 5532 2658 หรืออีเมล์ [email protected]