วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ทุนมนุษย์ยุคใหม่ทำงานร่วมหุ่นยนต์ เวียดนามตัวเร่งโรบอตภาคการผลิต

ทุนมนุษย์ยุคใหม่ทำงานร่วมหุ่นยนต์  เวียดนามตัวเร่งโรบอตภาคการผลิต

ภาคการผลิตไม่ว่าจะในหน่วยของการเกษตร หรือ อุตสาหกรรม ต่างเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ เพราะนั่นคือแหล่งจ้างงานซึ่งหมายถึงต้นทางเม็ดเงินที่จะเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ แต่เทคโนโลยี และหุ่นยนต์กำลังทำให้เครื่องจักรตัวนี้ต้องเปลี่ยนแปลงไป  แรงงานที่เคยทำงานในส่วนนี้จึงต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้             

 รายงานอัพเดทเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (East Asia and Pacific Economic Update) ประจำเดือนต.ค. 2568 ของธนาคารโลก สาระสำคัญส่วนหนึ่งเรียกร้องให้มีการปฏิรูปและการลงทุนในทุนมนุษย์รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในภาคบริการ ซึ่งต้องมีนโยบายที่สอดคล้องระหว่างโอกาสการจ้างงานและทักษะของแรงงานด้วย

แรงงานต้องมีทักษะเอไอ-โรบอต

“ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิทยาการหุ่นยนต์ และแพลตฟอร์มดิจิทัล กำลังทำให้บริษัท แรงงาน และผู้กำหนดนโยบายต้องมีทักษะ ความยืดหยุ่น และความสามารถในการปรับตัวที่สูงขึ้น”รายงานระบุ

อาดิตยา แมตทู หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารโลก ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวว่า การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยแรงงานและการส่งออกของเอเชียตะวันออกช่วยยกระดับผู้คนนับพันล้านคนหลุดพ้นจากความยากจนในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมาแต่ภูมิภาคนี้กำลังเผชิญกับความท้าทายคู่ขนาน ได้แก่ มาตรการกีดกันทางการค้า (trade protection) และการแทนที่แรงงานด้วยระบบอัตโนมัติ (job automation) 

“การปฏิรูประบบธุรกิจ และการพัฒนาการศึกษา จะสามารถสร้างวัฏจักรที่ดีและเหมาะสมระหว่าง ‘โอกาส’ และ ‘ศักยภาพ’ ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตที่สูงขึ้นและงานที่ดีกว่า”

ปัจจุบันการจ้างงานในประเทศสมาชิกเอเชียและแปซิฟิก หรือ  EAP ส่วนใหญ่อาจได้รับผลกระทบจากหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ 

เพราะเประเทศสมาชิก EAP ส่วนใหญ่มีการจ้างงานที่อยู่ในภาคเกษตรกรรมและงานส่วนใหญ่ก็ใช้แรงงานเข้มข้นเป็นหลัก ขณะที่การจ้างงานที่ต้องใช้ทักษะด้านความคิดต่างๆนั้นมีอยู่น้อย

ไทย-มาเลเซียใช้ระบบอัตโนมัติก่อนใคร 

โครงสร้างการจ้างงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศต่างๆ ในช่วงอดีตที่ผ่านมาเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ เช่น จีน มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ในทางตรงกันข้ามพบว่าสถานการณ์การจ้างงานภาคบริการกลุ่มประเทศเหล่านี้ค่อนข้างอ่อนแอ ทั้งที่การทำงานหลักๆในปัจจุบันหลายอย่างอาจจะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติซึ่งติดที่อุปสรรคสำคัญคือระบบอัตโนมัติยังมีราคาและต้นทุนที่สูงอยู่ 

ดังนั้น หากหุ่นยนต์มีราคาแพงเกินไปและแรงงานยังมีราคาถูกมาก ทำให้บริษัทต่างๆไม่นำหุ่นยนต์มาใช้ ทั้งที่หุ่นยนต์มีความเหมาะสมทางเศรษฐกิจในการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคในบทบาทที่มากขึ้น ซึ่งต้นทุนและความสามารถของหุ่นยนต์จะแตกต่างกันไปในแต่ละอุตสาหกรรมและแต่ละประเทศ 

“มาเลเซียและไทยเป็นผู้บุกเบิกการนำหุ่นยนต์มาใช้ตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2000 ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่จีนและเวียดนามมีการใช้งานหุ่นยนต์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและแซงหน้าประเทศสมาชิก EAP อื่นๆ ในปี พ.ศ. 2565 จีนมีหุ่นยนต์ประมาณ 12 ตัวต่อแรงงานภาคการผลิต 1,000 คน และเวียดนามมี 8 ตัว แต่ก็ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 17 ตัวในประเทศที่มีรายได้สูง”